เทคนิคการเขียน STORY TELLING

Last updated: Jul 31, 2020  |  46 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

เทคนิคการเขียน STORY TELLING

การบอกเล่าเรื่องราวหรือเนื้อหา ทั้งที่เกิดขึ้นจริงและเกิดขึ้นจากจินตนาการ ผ่านตัวอักษร เสียง ภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว  เรื่องราวที่สามารถพบได้โดยทั่วไปก็ได้แก่ ภาพยนตร์ นิยาย การ์ตูน ละคร โฆษณา เป็นต้น

 

ในบทความนี้ผู้เขียนจะขอแนะนำวิธีการสร้างสรรค์บอกเล่าเรื่องผ่านตัวอักษร สำหรับผู้ที่สนใจในการเขียน อันสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ การแต่งนวนิยาย การแต่งบทภาพยนตร์ และอื่นๆอีกมากมาย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านนะครับ หากผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขออภัยมา ณ ที่นี้ และน้อมรับคำติชมไปปรับปรุงกับงานต่อไปครับ

 

เริ่มต้นการเขียน


“ อยากเล่าอะไร ? ”

อันดับแรกคือการกำหนดหัวข้อ จะกี่หัวข้อก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น ความรัก วันโลกาวินาศ อาชญากรรม ตลก โศกนาฏกรรม ครอบครัว สายลับ ปีศาจ ผี ซอมบี เอเลียน ต่างโลก ฯลฯ
เมื่อได้หัวข้อแล้ว ถัดมาคือการกำหนดแนวเรื่อง ที่อาจสอดคล้องกับหัวข้อของคุณ เช่น เอเลี่ยน เท่ากับแนว วิทยาศาสตร์ (Science Fiction, Sci-Fi) เดินทางไปต่างโลกหรือโลกที่เต็มไปด้วยเวทมนต์ เท่ากับ แฟนตาซี (Fantasy) โศกนาฏกรรม ครอบครัว เท่ากับ ดรามา (Drama) ผี ซอมบี ฆาตกร หรือเอเลี่ยน เท่ากับ สยองขวัญ กระตุกขวัญ (Horror Terror, ฆาตกรมีการระบุเพื่อเจาะจงว่า Slasher) ความรัก คือ โรแมนติก (Romantic, Romance) อาชญากรรม บู๊ล้างผลาญ ระเบิดกระท่อมเผาภูเขา ก็คือ แอ็คชัน ผจญภัย ลุ้นระทึก (Action Adventure Thriller) หรือแนวอื่นๆ อย่าง ตลกขบขัน (Comedy) สืบสวนสอบสวน (Suspense) ลึกลับ (Mystery) หรือเฉพาะผู้เยาว์ (Cartoon, Kids)
บางเรื่องหรือโดยส่วนใหญ่ ก็จะระบุพร้อมกันหลายๆแนวในเรื่องเดียว มีทั้งบู๊โรแมนติกเศร้าตลก รวมกันในเรื่องเดียวอย่างลงตัว แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับทักษะความสามารถของตัวผู้เขียนด้วย แต่หลักๆ การกำหนดแนวของเรื่อง จะทำให้เรื่องราวอยู่ในเส้นทาง ไม่ควรสะเปะสะปะ หรือออกนอกลู่นอกทางจากเดิมที่คุณกำหนดไว้


จุดประสงค์และขอบเขตของการเล่า

เมื่อคุณรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นแบบไหน ก็จะสามารถเริ่มมองเห็นสิ่งที่อยากเล่าได้ชัดขึ้นมานิดหนึ่ง สำหรับผู้ที่ชอบพล็อตและควบคุมให้เนื้อเรื่องมีความคงเส้นคงวา ผู้เขียนขอแนะนำให้ใช้ Mind Map ในการรังสรรค์สิ่งต่างๆ ทั้งตัวละคร เหตุการณ์ ตั้งแต่ต้นเรื่องถึงปลายเรื่อง แบบที่คุณเข้าใจเอง ซึ่งจะช่วยลดเวลาการคิดเรื่องได้มาก
หากคุณอย่างแต่งสด ก็สามารถลงมือเขียนได้เลย คิดอะไรออก ก็เขียนออกมาและไหลไปเรื่อยๆ แต่มีโอกาสที่เนื้อเรื่องจะเกิดช่องโหว่อยู่บ้าง แนะนำให้โน้ตสิ่งใดที่สำคัญกันลืม เช่น ปมปริศนา หรือ คำพูดเด่นๆของตัวละคร ที่จะส่งผลต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
เพื่อให้เรื่องราวนั้นสมบูรณ์และไม่ออกทะเลซึ่งจะทำให้เกิดความน่าเบื่อ เรื่องราวก็จำเป็นต้องมีตอนจบหรือบทสรุป คุณน่าจะกำหนดฉากสุดท้ายของเรื่องขึ้นมา เพื่อสร้างเป้าหมายหลักของเรื่อง
กระนั้นจุดประสงค์ที่ผู้เขียนมั่นใจว่าทุกคนต้องการคือ ความสนุก ถ้าคุณแต่งแล้วรู้สึกสนุก ผู้อ่านก็มีโอกาสที่จะสนุกตาม แต่เพื่อความชัวร์ คุณก็ต้องมองเรื่องของคุณในฐานะผู้อ่านดูบ้าง ซึ่งความชอบและรสนิยมของแต่ละคนก็ต่างกัน ตั้งคำถามว่าจะมีใครสนุกกับเรื่องราวของคุณไหม และจะปรับปรุงเพิ่มเติ่มอะไรเพื่อให้เกิดความสนุก



องค์ประกอบสำคัญ

 

1.ตัวละคร คือ บุคคลสมมุติเพื่อให้เนื้อเรื่องดำเนินต่อไป บางครั้งจะมีชื่อหรือไม่ก็ได้ แต่เพื่อความสะดวกในการบรรยายและต่อผู้อ่าน การกำหนดชื่อให้กับตัวละครก็ดีกว่านะครับ
ต่อมาคือกำหนดนิสัย ภูมิหลัง เครื่องแต่งกาย ความสัมพันธ์กับตัวละครอื่นๆ และที่ขาดไม่ได้คือเป้าหมายของตัวละคร คุณยังต้องมั่นใจด้วยว่าตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาจะไม่ไร้ค่าในตอนหลัง ยิ่งมีตัวละครมากเท่าไหร่ การบริหารจัดการบทก็ยิ่งยุ่งยากมากขึ้นเท่านั้น ขณะที่เมื่อตัวละครน้อยเกินไปก็จะมีข้อจำกัดเพื่อแต่งบทมากขึ้นด้วย



2.สถานที่  คือ สภาพแวดล้อมที่เกิดเหตุการณ์ เกิดฉากใดๆในเรื่อง และแต่ละแห่งก็จะให้ความรู้สึกที่ต่างกัน การบรรยายรายละเอียดของสถานที่จะทำให้ผู้อ่านเข้าถึงเรื่องราวในฉากได้มากขึ้น แน่นอนว่าคุณสามารถเนรมิตทุกอย่างได้แม้จะไม่เคยไปเห็นด้วยตาตัวเองหรือไม่มีจริง เพราะเรื่องราวที่คุณแต่งมันก็นับว่าเป็นโลกอีกใบที่คุณสร้างเองแล้ว นอกจากนั้นยังสามารถตั้งชื่อให้กับสถานที่ได้อีกด้วย


3.เนื้อหา ไม่ว่าจะเป็น ความผูกพันระหว่างตัวละครต่างๆ ปมปริศนา เกิดอุปสรรคอันตราย เป้าหมายของตัวละคร และบทสรุปของเรื่องราว เป็นต้น เรื่องราวที่น่าสนใจจะต้องมีจุดขายเป็นของตัวเอง โดดเด่นและไม่ซ้ำซากจำเจ กำหนดจุดขายเพื่อดึงความสนใจของผู้อ่าน อาจเป็นตัวละครที่มีนิสัยประหลาด มีพลังแกร่งกล้า มีปมที่น่าเศร้า มีฉากอลังการแปลกตา มีความตื่นเต้นของการผจญภัย เป็นต้น
บทสนทนาคือสิ่งจำเป็นที่จะบอกเล่ารายละเอียดและเรื่องราวต่างๆ และมีมิติมากกว่าไม่มี อีกสิ่งที่สำคัญคือ ความสนุก ซึ่งข้อนี้ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองแล้วล่ะครับ ว่าจะทำออกมาได้หรือไม่


4.ชื่อเรื่อง คือสิ่งที่ขาดไม่ได้อยู่แล้วใช่ไหมครับ แต่ที่เป็นปัญหาคือ จะตั้งชื่อเรื่องยังไงให้แตะตาโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำ และไม่ง่ายจนเกินไป หากคิดชื่อเรื่องไม่ออก ก็อาจจะเป็นการใช้ชื่อตัวละครหลัก ใช้ชื่อสถานที่ในเรื่อง จากชื่ออาวุธ ชื่อสัตว์ประหลาด ถ้าอยากได้แบบแนวๆ ก็อาจใช้ภาษาลาติน ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น ก็ได้นะครับ 


การเริ่มเรื่อง


การเริ่มต้นฉากแรกนั้นก็คือการจุดที่ผู้อ่านจะตัดสินใจที่จะติดตามเรื่องของคุณต่อไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความน่าสนใจของการเปิดเรื่องนี่ล่ะครับ


ชีวิตประจำวัน – ตัวละครหลักมีการใช้ชีวิตอย่างไร จากนั้นอาจเพิ่มสิ่งบีบคั้นหรือข้อเสนอที่ทำให้ตัวละครเปลี่ยนการชีวิตเดิมๆ
การพร่ำเพ้อพรรณนา ตัวละครพูดกับตัวเอง

บทสนทนา – เริ่มต้นด้วยประเด็นบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวเรื่อง ที่ตัวละครมากกว่าสองคนกำลังพูดถึง และถ้าคุณเริ่มด้วยคำถาม ก็อาจทำให้ผู้อ่านเกิดความสงสัยและต้องการหาคำตอบต่อไป

การเตรียมตัว – เหตุการณ์บางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น เพื่อให้ผู้อ่านรอดูว่าเหตุการณ์นั้นคืออะไร เช่น การเตรียมอาวุธ เตรียมชุดเกราะ เป็นต้น

ฉากไล่ล่า – เมื่ออยู่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้อ่านก็ต้องคิดแล้วว่าวิ่งไล่กันทำไม ทำไมต้องหนี ไปทำอะไรไว้เขาถึงไล่ตาม มีอะไรที่เขาต้องการหรือเขาถึงไล่ตาม

ตำนาน – คำเล่าขาน ข่าวลือ ส่วนฉากพิธีกรรม พิธีบูชายัญ พิธีอัญเชิญ สามารถเป็นได้ทั้งอดีตหรือเกิดขึ้นในปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับเรื่องราวที่คุณกำหนด

การเดินทาง – การจากไปของคนๆหนึ่ง หรือการเดินทางมาถึงของตัวละคร

บรรยายตัวละคร – รูปลักษณ์ของตัวละคร ทรงผม สีผิว สีนัยน์ตา นิสัยที่จะสื่อจากการกระทำ รวมไปถึงเครื่องแต่งกาย

บรรยายสถานที่ – หากเรื่องราวส่วนใหญ่เกิดในสถานที่นี้ หรือสถานที่นี้มีความสำคัญในเรื่อง

เรื่องประหลาด – เช่น ตื่นมาพบว่ามีปีกงอก ได้รับพลังวิเศษ เจอสิ่งของหน้าตาพิลึก

เพลง – เนื้อร้องที่คุณแต่ง ซึ่งก็ไม่ควรนำเนื้อของเพลงอื่นมาใช้เพราะมีลิขสิทธิ์

การเกริ่น – นำเนื้อหาบางส่วนที่มีความลึกลับหรือให้ความรู้สึกเท่มาไว้ต้นเรื่อง แล้วจึงอธิบายเมื่อเรื่องราวดำเนินแล้ว

จดหมาย – จดหมายจะเล่าเรื่องบางส่วนเพื่อให้ผู้อ่านจับประเด็นของเรื่องได้คร่าวๆ

ข้อมูลที่บันทึกไว้ – อาจเป็นสมุดบันทึก ไฟล์คอมพิวเตอร์

บรรยายวัตถุ – อธิบายรูปร่างของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจเป็นเสื้อผ้า อาวุธ

รับข่าวสาร – อาจจะดูข่าวทางโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ มือถือ จากคนมาส่งสาร เป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย

การเกิดหรือตาย – การเกิดก็เป็นการแนะนำตัวละครเช่นกันแล้วจากนั้นก็ขยับฉากไปตอนโต ส่วนการตายก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เช่น พระราชาตาย ความโกลาหลจึงเกิดขึ้นเพราะเจ้าชายและเหล่าอำมาตย์ได้ก่อสงครามเพื่อแย่งยิงราชบัลลังก์

โต๊ะอาหาร – บนโต๊ะอาหารก็สามารถบ่งบอกถึงสถานะในสังคมของครอบครัว การเลี้ยงดูในครอบตัว บอกวัฒนธรรม และสิ่งที่ตัวละครชอบหรือไม่ชอบ


กำหนดฉาก


การจำลองและจินตนาการเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในเรื่อง ณ พื้นที่หนึ่ง
1) มุ่งตรงสู่เหตุการณ์ สำหรับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน
2) ดึงดูดผู้อ่านด้วยฉากอลังการ ตื่นตาตื่นใจ ประหลาดใจ ลึกลับ มีความพิเศษที่ไม่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป 
3) ความสมเหตุสมผล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องเกิดความเชื่อมโยงกันเสมอ จะเกิดขึ้นมาลอยๆไม่มีเหตุมีผลไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเรื่องราวของคุณจะเกิดความกร่อยในทันที 
4) ข้อมูลที่จำเป็น การบอกเล่าผ่านสิ่งที่อยู่ในฉากเช่นจดหมาย ข่าวในโทรทัศน์ เสียงประกาศ ป้ายบอกทาง เป็นต้น
5) ความคิด เผยสิ่งที่ตัวละครกำลังคิดหรือกำลังรู้สึก 
6) สิ่งที่มองเห็น บรรยายรายละเอียดต่างๆของสภาพแวดล้อม ในชนิดที่คุณกับผู้อ่านสามารถเห็นภาพได้ในทันทีโดยไม่ต้องวิเคราะห์ 
7) สอดคล้องกับอารมณ์ เช่น ฉากเศร้าก็จะเป็นฝนตก อากาศหนาวเย็น หิมะตก ฉากบู๊ก็จะเป็นอากาศร้อน แสงแดดจ้า หรือฉากที่คุยกันปกติก็ทำนองอากาศโปร่ง สภาพแวดล้อมมีสีสัน มีความธรรมดาและเงียบสงบ
8) เท้าความเรื่องราวในอดีต ทั้งของตัวละคร และสถานการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะมาจากการนึกถึง นิมิต หรือสิ่งของที่ทำให้ตัวละครหวนคืนสู่เรื่องที่เขาจดจำ


แรงจูงใจของตัวละคร

 

1) แรงจูงใจจากบุคคล

บุคคลที่จะสร้างแรงจูงใจให้ตัวละครนั้นต้องมีอิทธิพลต่อตัวละคร ต้องมีแรงดึงดูดเพียงพอที่จะให้ทำอะไรบางอย่าง และบางอย่างที่ว่านั้นคุณต้องรู้ว่ามันคืออะไร
เมื่อมีแรงจูงใจก็ต้องดูว่าตัวละครต้องใช้ความรู้ ทักษะ ความสามารถ และความเชื่ออะไรบ้างที่จะทำให้ลงมือทำ 
ส่วนบุคคล คุณต้องสื่อว่าบุคคลนั้นมีความสำคัญอะไร ทำไมตัวละครถึงต้องเชื่อ รู้จักกันตอนไหน อาจเป็นบิดามารดา พี่น้อง อาจารย์ คนรัก หรือผู้มีชื่อเสียงเป็นต้น


2) แรงจูงใจจากเหตุการณ์

เหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับตัวละคร และถูกจดจำมันมาจนถึงปัจจุบัน ทำไมเขาต้องจำมัน ไม่สามารถลืมได้เลยหรือ แล้วตัวละครเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นได้อย่างไร แรงจูงใจจากเหตุการณ์นี้มีแบบที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว บางครั้งมีเหตุการณ์บางอย่างฝังใจ พอเจออะไรคล้ายๆก็เกิดอาการกลัว


3) แรงจูงใจจากสิ่งแวดล้อม

ตัวละครต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อไขว่คว้าโอกาส หรือหลบเลี่ยงอันตรายที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม


4) แรงจูงใจจากความเชื่อ

ได้แก่ เชื่อในความรัก ความสำเร็จ อิสรภาพ สุขภาพ ความใกล้ชิด ความปลอดภัย พลัง ความสบาย ความถูกต้อง ความยุติธรรม เป็นต้น
ความเชื่อในด้านลบอย่างการไม่ได้รับการยอมรับ ความโกรธ ความโดดเดี่ยว ความเศร้า ความล้มเหลว การถูกดูหมิ่น ความสำนึกผิด รวมทั้งลัทธิความเชื่อก็เช่นกัน


ความสำคัญของอุปสรรค

อุปสรรคจะเป็นอีกสิ่งที่จะแสดงอุปนิสัยของตัวละคร ทั้งการตอบสนองกับเหตุการณ์ และแสดงตัวตนของออกมา ซึ่งการกระทำจะเป็นตัวฟ้องให้ผู้อ่านรับรู้
ทำให้เรื่องราวเข้มข้น และต้องเกี่ยวข้องกับเป้าหมายของตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์อันตรายหรือบุคคลที่คอยขัดขวางไม่ให้บรรลุเป้าหมายได้ง่ายๆ บังคับให้ตัวละครต้องหาวิธีแก้ ก้าวข้ามปัญหาอย่างยากลำบาก ยิ่งมีอุปสรรคมากเท่าไหร่ ความยากของการแก้ไข ก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วย ไม่ควรอยู่กับที่หรือลดลง
การก้าวข้ามอุปสรรคแต่ละครั้งตัวละครจะต้องใช้ความพยายามที่มากขึ้น ก็จะส่งผลให้ตัวละครมีการเปลี่ยนแปลงหรือเติบโตขึ้น



การบรรยายคำสั้นๆ เพื่อสื่อถึงเสียงที่เกิดขึ้นในฉาก คล้ายกับเอฟเฟคเสียงในหนังสือการ์ตูน จะมีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้แต่ง แต่สำคัญคือจะต้องไม่ใช่บ่อยจนเกินไป ไม่เช่นนั้นจะก่อให้เกิดความขัดหูขัดตาและไม่น่าอ่านได้ นอกจากนั้นก็ควรจะสอดคล้องกับต้นกำเนิดของเสียง (ยกเว้นต้องการจะทำให้ขัดแย้งเพื่อสร้างความรู้สึกพิลึกกับผู้อ่าน) 
ตัวอย่างการเลียนเสียงธรรมชาติ 
เสียงสัตว์ โฮ่ง อู๊ด มอ
เสียงสิ่งของกระทบกัน โครม ! เพล้ง ! ผัวะ ! เพี๊ยะ ! 
เสียงอาวุธ ปัง ! เปรี๊ยง ! ตูม ! บึ้ม ! 
เสียงมนุษย์ กรี๊ด ! อ๊าก ! อุแว๊ !
เสียงอื่นๆ ซูม ! แซด ! ซ่า ! 
เพื่อความสมบูรณ์และลื่นไหล ควรบรรยายตามหลังด้วยว่าเสียงเกิดจากอะไร เกิดด้วยระยะแค่ไหน ดังหรือเบาเพียงใด ตัวอย่างเช่น
อุแว๊ ! ทารกตัวน้อยในอ้อมแขนหญิงสาว เริ่มส่งเสียงร้องดังแสบแก้วหู 
เปรี๊ยง ! เสียงปืนลั่นจากในบ้านหลังนั้น ได้สร้างความหวาดวิตกแก่คนในละแวกใกล้เคียง
แซด ! ยอดมนุษย์จากต่างดาวตัวสูงละฟ้า ไขว้แขนบันดานแสงสีเหลืองอันอัดแน่นด้วยความร้อนแรง พ่นเป็นเส้นตรงใส่สัตว์ประหลาดขนาดมหึมาใหญ่ยิ่งกว่าภูเขา


ข้อผิดพลาดที่เกิดกับนักเขียนมือใหม่


1) คอนเซ็ปเรื่องเลวร้าย หากคอนเซ็ปผิด ทุกอย่างก็จะผิดตาม
2) เขียนไม่ได้อย่างที่มันควรจะเป็น เช่น นิยายที่เขียนให้ตลกแต่มันไม่ตลก นิยายที่เขียนให้น่ากลัวแต่ไม่น่ากลัว หรือนิยายที่เขียนให้มันสนุกแต่ไม่สนุก
3) ไม่มีจุดขาย ไม่มีเอกลักษณ์
5) การนำเสนอที่ไม่น่าอ่าน เช่น ใช้แบบตัวอักษรมากกว่าสองชนิดในหน้าเดียว จัดเรียงโครงสร้างเนื้อหาที่ทำให้สับสน ช่องว่างน้อย ตัวหนังสือเป็นพรวน คำผิดเยอะ
6) สำนวนคลุมเครือ ได้แก่คำศัพท์ที่ไม่พบในชีวิตประจำวัน ที่หาได้แค่ในพจนานุกรม
7) การเขียนมีแต่ปริมาณ คือใช้คำและตัวอักษรฟุ่มเฟือย
8) การนำเสนอมุมมองการเล่าเรื่องผิดวิธี
9) การบรรยายไม่ต่อเนื่อง
10) มั่ว คือการนำอะไรหลายๆอย่างมามายำรวมกันจนสะเปะสะปะเละเทะ กระทั่งจับต้นชนปลายไม่ได้
11) ตัวละครเทพเกินไป หรือไร้กำลังเกินไป

Cr. https://inbound.cipher.co.th/2020/02/22/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-story-telling/

                                                                                 ที่มา :  https://www.youtube.com/watch?v=EkhI_iPOEZY

จำหน่าย น้ำยากันลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว)

ติดต่อเรา

GMAIL  :  sureformove@gmail.com
     
LINE      :  http://nav.cx/3IqrJ4O

Powered by MakeWebEasy.com