6 เทคนิคแต่งบ้านให้เป็นโฮมออฟฟิศ

Last updated: May 20, 2020  |  38 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

6 เทคนิคแต่งบ้านให้เป็นโฮมออฟฟิศ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

 

บ้านไหนเกิดมีโอกาสได้ทำธุรกิจส่วนตัวขึ้นมาถือว่าโชคดีมาก ๆ ยิ่งถ้าพื้นที่ในบ้านเหลือพอที่จะทำออฟฟิศสำหรับธุรกิจส่วนตัวของคุณเองแล้วล่ะก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เพราะสามารถทำงานได้ที่บ้านอย่างสบายใจ ไม่ต้องเสียเงินค่าเดินทางด้วย หากใครกำลังมีแพลนกำลังทำโฮมออฟฟิศ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน วันนี้กระปุกดอทคอมมีเทคนิคดี ๆ ในการแต่งบ้านให้เป็นโฮมออฟฟิศมาฝาก มาดูกันดีกว่าว่าจะเริ่มลงมืออย่างไรบ้าง


ภาพจาก AVP Architect by IMASOTO

 

เลือกมุมในบ้านให้เหมาะสม

            พื้นที่ในบ้านที่จะเลือกมาทำเป็นโฮมออฟฟิศควรต้องคำนึงถึงงานของคุณด้วย อย่างถ้าทำงานอิสระคนเดียวไม่ต้องพบปะผู้คน ก็เลือกห้องส่วนตัวตรงไหนก็ได้ที่ว่างในบ้านให้เป็นมุมที่ชอบและไม่กินเนื้อที่ส่วนอื่น ๆ แต่ถ้าหากทำธุรกิจที่ต้องพบปะผู้คน ก็ต้องเลือกพื้นที่ที่สามารถตั้งโต๊ะหันหน้าเข้าไปหาแขกได้ จะทำให้ดูเป็นมืออาชีพ และคนที่มาติดต่อธุรกิจกับคุณก็อยากเข้าไปเจรจาด้วย โดยเฉพาะการต่อเติมพื้นที่หน้าบ้านหรือจะใช้ห้องรับแขกเป็นห้องทำงานไปเลยก็ได้ แขกจะได้ไม่ต้องเดินเข้าไปยุ่มย่าม หรือถ้าคุณเป็นคนที่ทำงานชิล ๆ กว่านั้น จะทำสวนหน้าบ้านให้เป็นออฟฟิศกลางสวนก็ได้ด้วยเหมือนกัน แต่ต้องมีที่บังแดดบังฝนให้พร้อม


ภาพจาก Polsky Perlstein Architects ถ่ายภาพโดย Mark Schwartz

 

เลือกเฟอร์นิเจอร์อย่างมืออาชีพ

            เฟอร์นิเจอร์ที่จะใช้ในโฮมออฟฟิศก็สำคัญ เพราะถ้าหากเฟอร์นิเจอร์ดูไม่สวยหรือดูไม่มืออาชีพแล้วล่ะก็ อาจจะทำให้ลูกค้าหรือผู้ที่มาเจรจาธุรกิจด้วยไม่เชื่อถืองานของคุณ ฉะนั้นการเลือกเฟอร์นิเจอร์ต้องให้เนี้ยบเหมือนออฟฟิศทั่วไป อย่างโต๊ะทำงานก็ควรเลือกที่มีลิ้นชักวางคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ และสามารถวางเอกสารต่าง ๆ ได้ เก้าอี้ล้อเลื่อนไว้สำหรับนั่งทำงาน และมีไว้สำหรับรับแขกด้วย เพียงเท่านี้โฮมออฟฟิศก็ดูโปรไปไม่น้อยกว่าออฟฟิศจริง ๆ แล้วล่ะ ที่สำคัญต้องเลือกโต๊ะทำงานให้ครบกับจำนวนพนักงานและให้พอดีกับพื้นที่ห้องด้วยนะคะ


ภาพจาก ASAP house

แยกเบอร์โทรศัพท์บ้านกับออฟฟิศ

            ลองนึกดูหากว่ามีผู้ติดต่อธุรกิจกับคุณโทรเข้ามา พร้อมกับสายซ้อนจากญาติของคุณ จะวุ่นวายขนาดไหนกันเชียว ดังนั้นคุณจึงควรแยกเบอร์บ้านกับเบอร์ออฟฟิศออกจากกันดีกว่า เวลาคนโทรมาติดต่อเรื่องงานจะได้เป็นเรื่องงานอย่างเดียว ไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครในบ้านมารับ หรือโทรเข้าสายซ้อน อีกทั้งเวลาที่ออฟฟิศหยุด คุณยังสามารถถอดสายโทรศัพท์ออกเพื่อพักผ่อนอย่างเต็มที่ได้ด้วย


ภาพจาก Todd Davis Architecture


ตกแต่งให้บ่งบอกรสนิยม

            อย่าลืมว่าโฮมออฟฟิศนั้นคือบ้านของคุณ ฉะนั้นคุณจะลงมือตกแต่งอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ ไม่ต้องเคร่งครัดเป็นทางการอะไรมากมาย แต่การตกแต่งโฮมออฟฟิศนั้น ก็ยังต้องแต่งให้บ่งบอกถึงรสนิยมของคุณเองเหมือนกัน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะชื่นชอบการตกแต่งบ้านในสไตล์ไหนก็ไม่จำเป็นต้องแต่งออฟฟิศให้แตกต่างออกไปเพียงเพราะกังวลว่าจะดูไม่เป็นมืออาชีพ ลองตกแต่งในสไตล์ที่ชอบ แต่ปรับให้ดูทางการขึ้นก็เพียงพอแล้วจ้า


ภาพจาก Kimberly Demmy Design ถ่ายภาพโดย Daniel O'Connor

เปลี่ยนแสงไฟเป็นสีขาวสบายกว่า

            แน่นอนว่าบรรยากาศของบ้านต้องแตกต่างกับออฟฟิศโดยสิ้นเชิง ฉะนั้นหากใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งในบ้านแปลงโฉมเป็นโฮมออฟฟิศแล้ว ควรจะเปลี่ยนไฟให้เป็นแสงสีขาวแทนแสงสีเหลืองนวลที่ใช้กันปกติตามบ้าน เพราะไฟสีเหลืองจะทำให้ปวดเมื่อยตา และต้องเพ่งจอคอมพิวเตอร์ยามทำงานมากกว่าแสงไฟสีขาว ฉะนั้นควรเปลี่ยนเพื่อสุขภาพตาของคุณและพนักงานในออฟฟิศนะคะ


                                                    ภาพจาก Zugai Strudwick Architects

มืออาชีพด้วยของตกแต่งที่มีโลโก้บริษัท

            อย่าคิดว่าการมีออฟฟิศในบ้าน ก็ไม่จำเป็นต้องทำให้ธุรกิจของคุณดูเป็นทางการและเป็นมืออาชีพมากนัก คุณควรมีนามบัตรติดต่อธุรกิจ หรือจดหมายที่หัวกระดาษเป็นโลโก้บริษัทของคุณเตรียมไว้ เผื่อต้องติดต่องานกับลูกค้าสำคัญจะได้ติดต่อเร็วทันท่วงที อีกทั้งยังควรขึ้นป้ายบริษัทเอาไว้หน้าบ้าน เพื่อให้ดูเป็นทางการมากขึ้น ลูกค้าหรือคนมาติดต่อธุรกิจจะได้หาบริษัทของคุณเจอได้ง่าย ๆ ด้วยค่ะ


            หากใครกำลังจะตกแต่งโฮมออฟฟิศลองนำเทคนิคดี ๆ เหล่านี้ไปใช้ตกแต่งบ้านให้กลายเป็นโฮมออฟฟิศกันดูนะคะ จะได้มีทั้งบ้านสวย ๆ และออฟฟิศเก๋ ๆ เอาไว้ทำธุรกิจ ^^

Cr. https://home.kapook.com/view83408.html

                                                                        ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=TqsFxcekvyE

จำหน่าย น้ำยากันลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว)

ติดต่อเรา

GMAIL  :  sureformove@gmail.com
  
LINE    :  http://nav.cx/3IqrJ4O

Powered by MakeWebEasy.com