ชนิดผักและแบบสวนสำหรับปลูกผักพื้นบ้าน

Last updated: 2020-12-25  |  76 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชนิดผักและแบบสวนสำหรับปลูกผักพื้นบ้าน

เราพูดถึงเรื่องการ ปลูกผักในสวนหรือพื้นที่ว่างรอบๆบ้านมาก็มาก แต่ก็ยังไม่ค่อยพูดถึงการปลูก ผักพื้นบ้าน ซึ่งเป็นพืชผักอีกชนิดที่มีความสำคัญไม่แพ้ กันอย่างจริงจังสักที ผักพื้นบ้านสามารถหาได้ทั่วไปในท้องถิ่น เป็นพืชผักที่ไม่ใช้สารเคมี จึงปลอดภัย ราคาไม่แพงมากนัก อีกทั้งยังมีคุณประโยชน์มากมายมหาศาล ทั้งคุณค่าทางอาหารและสรรพคุณทางยา

 

เราจึงพาคุณไปรู้จักการปลูก ผักพื้นบ้าน ที่น่าสนใจเอาไว้ติดสวน รวมทั้งไอเดียการจัดสวนด้วยผักพื้นบ้าน ประโยชน์ดี ๆที่อัดแน่นในพืชเหล่านี้จะมีอะไรอีกบ้าง ไปติดตามพร้อม ๆกันค่ะ





ผักพื้นบ้าน ดีอย่างไร

– ปลูกเลี้ยงง่าย เหมาะสำหรับปลูกติดไว้ในสวนโดยไม่ต้องดูแลมากนัก ทั้งยังไม่มีโรคและแมลงรบกวน จึงมักไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีกับพืชผักเหล่านี้


– ผักพื้นบ้านบางชนิดมีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยไล่แมลง เมื่อปลูกร่วมกับผักสวนครัวทั่วไปก็ช่วยไม่ให้แมลงมารบกวนพืชเหล่านี้ได้ ด้วย เช่น กะเพรา มะกรูด สะระแหน่ แมงลัก


– มีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งวิตามิน เกลือแร่ ผักพื้นบ้านหลายชนิดยังมีสรรพคุณในการบรรเทาโรคต่างๆ อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งได้


– ผักพื้นบ้านมักมีขายตามฤดูกาล และพบได้ทั่วไปในท้องถิ่น จึงไม่ต้องมีการขนส่งทางไกลมาจากแหล่งผลิตอื่น เราจึงได้รับประทานผักสดและราคาถูกจริงๆสามารถหาเก็บได้ทั่วไปในท้องถิ่น ตามท้องไร่ท้องนา รั้วบ้าน โดยไม่ต้องซื้อก็ยังได้



ชนิดพืชน่าปลูก 

ผักพื้นบ้านและพืชสมุนไพรหลายชนิดบางบ้านก็มักมีติดครัวเรือนกันอยู่แล้วใน รูปแบบของพืชผักสวนครัว ทั้งพริกขี้หนู ข่า ตะไคร้ กระชาย มะกรูด มะนาว แต่นอกเหนือไปจากพืชเหล่านี้ก็ยังมีผักพื้นบ้านและไม้สมุนไพรอีกหลายชนิดที่ น่าปลูกและมีติดสวนเอาไว้ บางชนิดก็สวยงามพอที่จะปลูกเพื่อประดับสวนได้ด้วย ซึ่งแบ่งง่าย ๆดังนี้

ผักเลื้อย ได้แก่ ตำลึง มะระ มะระขี้นก ฟักข้าว ถั่วพู รางจืด ดีปลี อัญชัน ชมจันทร์  ผักปลัง เป็นต้น

ไม้พุ่มและไม้คลุมดิน เช่น หญ้าปักกิ่ง บัวบก ช้าพลู ผักกูด กระชาย หญ้าหนวดแมว ผักชีลาว โสน ผักหวานบ้าน ชะอม กระถิน ฟ้าทะลายโจร หม่อน รวมทั้งสมุนไพรต่างประเทศที่นิยมปลูกมากขึ้น เช่น โรสแมรี่ ออริกาโน ไธม์ เลมอนบาล์ม เบซิล มินต์

ไม้ยืนต้น เช่น สะเดา ขี้เหล็ก แค มะรุม ทองหลาง ยอ แต้ว

 

ข้อคิดก่อนปลูก

อย่างไรก็ตามแม้ว่าผักพื้นบ้านจะเป็นพืชที่ขึ้นได้ง่าย และไม่ต้องดูแลมากนัก แต่ก็ใช่ว่าผักพื้นบ้านทุกชนิดจะสามารถปลูกในสวนของเราได้ เพราะยังมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศและลักษณะเฉพาะของแต่ละท้องถิ่น ทางที่ดีจึงควรเลือกปลูกผักพื้นบ้านที่มีอยู่ในท้องถิ่นของเราจะดีกว่า สำหรับข้อคิดก่อนปลูกพืชก็มีง่ายๆ ดังนี้

 

1.เลือกผักที่ชอบ ผักที่จะปลูกควรเป็นพืชผักที่ปลูกง่าย ตัวเราและคนในครอบครัวชอบรับประทาน อีกทั้งยังควรนำมาทำอาหารได้หลากหลาย


2.เลือกให้เหมาะกับพื้นที่ หากคุณมีพื้นที่จำกัดก็ไม่ควรปลูกไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เกิน หาไม้ระดับสูงต้นเล็กมาปลูกดีกว่า ส่วนไม้พุ่มให้ปลูกเป็นกลุ่ม ซึ่งผักพื้นบ้านส่วนใหญ่ไม่นิยมทำเป็นแปลงชัดเจนนัก เอาที่เราเดินเข้าไปเก็บได้สะดวกจัดกลุ่มให้ดูไม่รกตาก็พอ

 

3.เลือกต้นพันธุ์ผัก หากซื้อจากร้านต้นไม้ควรเลือกต้นที่สมบูรณ์ แข็งแรง มีใบใหม่จำนวนมาก ไม่มีโรคและแมลงเข้าทำลาย ส่วนพืชที่เก็บในท้องถิ่นมาปลูก บางชนิดอาจเก็บเมล็ดมาหว่าน ตอนจากต้นพันธุ์ หรือถอนทั้งต้นมาปลูกได้


4.ปลูกผสมผสานกับพืชผักและไม้ประดับที่มีอยู่แล้ว ได้ประโยชน์เป็นทั้งอาหาร ยาและตกแต่งสถานที่ในตัว นอกจากนี้ก็ควรปลูกไม้ดอกแซมไปใกล้กับบริเวณที่ปลูกผักเพื่อช่วงล่อแมลงที่ มีประโยชน์ให้เข้ามากำจัดแมลงศักตรูพืชด้วย


5.ตำแหน่งที่ปลูกพืชผักพื้นบ้านก็ใกล้เคียงกับผักสวนครัวทั่วไป บริเวณที่ปลูกควรได้รับแสงแดดครึ่งวันจนถึงเต็มวัน เพื่อให้พืชเจริญเติบโตได้เต็มที่

 


สวนสวยด้วยผักพื้นบ้านและสมุนไพร 

นอกจากคุณประโยชน์มากมายแล้ว เรายังสามารถปลูกพืชเหล่านี้เพื่อตกแต่งสวนให้สวยงามได้ เรามีตัวอย่างไอเดียสวนสวย 2 รูปแบบให้คุณนำไปทำตามกัน


แบบที่ 1 สวนกระถาง 



จัดมุมสวนง่ายๆโดยปูอิฐมอญเป็นลานให้วางไม้กระถางได้ เลือกขนาดกระถางให้พอเหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชชนิดนั้นๆ หรืออาจนำภาชนะเหลือใช้ เช่น ตะกร้า กระป๋อง ลังไม้ มาปลูกพืชเหล่านี้ก็ได้ นอกจากนี้ก็ควรเลือกปลูกพืชให้เหมาะกับสภาพแสงในบริเวณนั้นๆด้วย


แบบที่ 2 สวนขนาดเล็ก 


จัดเป็นมุมพักผ่อนในสวนที่แวดล้อมด้วยพืชผักพื้นบ้านผสมผสานกับผักสวนครัว และไม้ประดับ ปรับพื้นโดยใช้ทราย จากนั้นวางตาข่ายแล้วโรยกรวดสีน้ำผึ้งเม็ดเล็ก วางเก้าอี้สนามสีขาว รอบๆปลูกพืชที่จัดกลุ่มผสมผสานกันจนออกมาเป็นสวนสไตล์คันทรีที่ทำตามได้ ง่ายๆ

 


ผักน่าสนใจแต่ละชนิด

ผักหวานบ้าน มีสารอาหาร ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และแร่ธาตุ โดยเฉพาะวิตามินซี มีสรรพคุณช่วยในการยืดหดของกล้ามเนื้อ ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ขับถ่ายได้ดี นิยมนำมาประกอบอาหารทั้งผัดผัก แกงจืด แกงส้ม แกงเลียง ไข่เจียว เป็นต้น


ชะอม ประกอบอาหารได้หลากหลาย เช่น ไข่เจียว แกงส้ม ต้มหรือลวกรับประทานกับน้ำพริก ประกอบในแกงกะทิ อ่อม แกงลาว แกงแค ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินเอสูง ยอดชะอมช่วยลดความร้อนในร่างกาย ช่วยในการขับถ่าย และป้องกันท้องผูก


กระชาย รับประทานเป็นเครื่องจิ้มหรือส่วนประกอบของผัดเผ็ดและน้ำพริกแกง เนื่องจากกระชายดับกลิ่นคาวได้ดี ใช้เหง้าแก้โรคในปาก เช่น ปากเปื่อย ปากเป็นแผล ปากแห้ง ช่วยขับระดูขาว ขับปัสสาวะ รักษาโรคบิด แก้ปวดมวน รักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น จุกเสียด ช่วยขับลม และเจริญอาหารได้ดี


ผักกูด ปรุงเป็นอาหารทั้งยำ ผัด แกงจืด แกงเลียง แกงส้ม แกงแค บางครั้งก็นิยมลวกหรือนำมาราดน้ำกะทิ รับประทานร่วมกับน้ำพริก มีแคลเซียม ธาตุเหล็ก ธาตุฟอสฟอรัส  วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 และวิตามินบี 3 ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดระดับคอเลสเตอรอล บำรุงโลหิต แก้โรคโลหิตจาง บำรุงสายตา แต่ไม่ควรรับประทานผักกูดแบบสด เนื่องจากมีสารออกซาเลตปริมาณสูง อาจทำให้ไตอักเสบ และทำให้เป็นนิ่วได้

 

ฟ้าทะลายโจร  มีสรรพคุณคือ แก้ไข้ ระงับอาการอักเสบต่าง ๆ เช่น ไอ เจ็บคอ ขับเสมหะ โรคผิวหนังที่เกิดจากฝี แก้ปวดท้อง ท้องเสีย กระเพาะและลำไส้อักเสบ โดยใช้ใบฟ้าทะลายโจรสด 1-3 กำมือ ต้มกับน้ำ 10-15 นาที ดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง หากมีอาการเจ็บคอเพียงอย่างเดียวให้ใช้เพียง 1 กำมือ หรือทำเป็นยาลูกกลอน โดยล้างใบฟ้าทะลายโจรสดให้สะอาด ผึ่งลมให้แห้ง (ห้ามตากแดด) บดเป็นผงละเอียดปั้นกับน้ำผึ้งเป็นยาลูกกลอน ผึ่งลมให้แห้ง เก็บไว้ในขวดให้มิดชิด รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน


อัญชัน นิยมนำดอกมาสกัดทำเป็นสีผสมอาหาร ชงเป็นเครื่องดื่มหรือรับประทานสดกับน้ำพริก สลัด นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณทำให้ผมดกดำ เงางาม ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้ดีขึ้น


ขจร ทำเป็นผักต้มหรือลวกจิ้มน้ำพริก แกงส้ม ยำ แกงจืด เป็นต้น ดอกขจรมีวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง มีสรรพคุณบำรุงธาตุ ตับ ปอด บำรุงสายตา บำรุงเลือดแก้เสมหะเป็นพิษ บรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน รักษาหวัดที่เกิดจากการตากลมหรืออากาศเย็น ช่วยขับเสมหะ และแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ


ชมจันทร์  นิยมเก็บดอกตูมไปปรุงอาหาร เช่น ผัดน้ำมันหอย ลวกจิ้มกับน้ำพริก มีแคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส โปรตีน และวิตามินเอ และมีสรรพคุณเป็นยาระบาย มีฤทธิ์เย็น แก้ร้อนใน บำรุงเลือด บำรุงตับ ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคดีซ่าน ขับปัสสาวะ บรรเทาริดสีดวงทวาร และช่วยให้นอนหลับได้ดี

 


ฟักข้าว  นิยมนำผลฟักข้าวอ่อนสีเขียวมาทำอาหารให้รสชาติเหมือนมะละกอ ทั้งผลอ่อน ยอดอ่อน ใบอ่อนนำมานึ่งหรือลวกให้สุกกินกับน้ำพริกหรือใส่แกง


มะกรูด ใบและผิวมะกรูดนำมาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องปรุงอาหาร ได้แก่ ต้มยำ น้ำยาขนมจีน ยำหอย แกงเผ็ด แกงเทโพ มีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืด แก้จุกเสียด ช่วยให้เจริญอาหาร ผลมะกรูดทำเป็นยาสระผมช่วยบำรุงหนังศีรษะ ขจัดรังแค และทำให้ผมดำเงางาม


มะรุม  รับประทานได้ทั้งใบ ดอก ฝักอ่อน และฝักแก่ นำมาทำแกงส้ม ผัดน้ำมันหอย  แกงเลียง ดอกมะรุมชุบไข่ทอด ลวกรับประทานกับน้ำพริก ในทางการแพทย์ใช้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ถอนพิษไข้ แก้อักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับปัสสาวะ เมล็ดนำมาสกัดน้ำมันรักษาโรคปวดตามข้อ โรคผิวหนัง บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ดอกนำมาต้มทำน้ำชาช่วยให้นอนหลับสบาย


แค รับประทานได้ทั้งยอดอ่อน ใบอ่อน ดอก และผล ในช่วงฤดูฝน ใบอ่อนมีรสหวาน ดอกอ่อนออกในช่วงฤดูหนาว ดอกแคมีเส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก แคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินซี นำไปปรุงอาหารได้แก่ แกงส้มดอกแค แกงเหลืองปลากะพงดอกแค ดอก ใบ ยอด ฝักอ่อน นำมาลวกจิ้มน้ำพริกได้ ทั้งยังเป็นสมุนไพรช่วยดับพิษร้อนถอนพิษไข้ แก้ไข้หัวลม

 
สถานที่ : ขอขอบคุณ 

คุณวิชัย-คุณมารียา วิศิษฐฎากุล แห่งสวนม่านฟ้าเชิงดอย อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงราย

บ้านกลางทุ่ง ออร์แกนิกโฮม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี โทรศัพท์ 08-9919-9093

ไร่ดินดีใจ อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี โทรศัพท์  08-6059-8939

สวนปกาศิต อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ 08-1980-8254

เกซอนลา
แฟ้มภาพบ้านและสวน

Cr. https://www.baanlaesuan.com/24320/plant-scoop/herb_garden

                                                       ที่มา :  https://youtu.be/oYeA5f6HMPs

จำหน่าย น้ำยากันลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว)

ติดต่อเรา

GMAIL  :  sureformove@gmail.com
  
LINE    :  http://nav.cx/3IqrJ4O

Powered by MakeWebEasy.com