ศึกษาจากญี่ปุ่น : อายุมากขึ้นจะอยู่อย่างไร โจทย์ใหญ่ของคนไทยเจเนอเรชัน X ในวันนี้

Last updated: Apr 22, 2020  |  51 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

ศึกษาจากญี่ปุ่น : อายุมากขึ้นจะอยู่อย่างไร โจทย์ใหญ่ของคนไทยเจเนอเรชัน X ในวันนี้

IN FOCUS

  • โครงการเพื่อผู้สูงอายุบางส่วน มักมีทำเลอยู่ไกลเมือง แยกเป็นสังคมเอกเทศออกจากเจเนอเรชันอื่น โดยเน้นที่อากาศบริสุทธิ์ ซึ่งนั่นอาจจะไม่ใช่สิ่งแรกที่กลุ่ม 'ผู้สูงวัย 'รุ่นใหม่' ต้องการ
  • หากไปดูการสร้างบ้านในญี่ปุ่น จำเป็นต้องคำนึงถึงการออกแบบที่อยู่อาศัยที่ไร้สิ่งกีดขวาง ซึ่งญี่ปุ่นจริงจังถึงขั้นออกเป็นกฎหมาย ‘Barrier Free Law’ ชื่อเต็มว่า ‘กฎหมายเพื่อการสนับสนุนการเคลื่อนที่และการเข้าถึงอย่างสะดวกสบายของผู้พิการและผู้สูงอายุ’ มาบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2006
  • สิ่งที่ท้าทายไปกว่าการออกแบบพื้นที่ในอาคาร และอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็คือ เมืองทั้งเมืองจะต้องปรับตัวให้สอดรับกับสังคมสูงวัย เพราะชีวิตคนไม่ได้อยู่แค่ในอาคาร แต่คือการเคลื่อนที่ไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้สะดวก
  • ส่วนความท้าทายในการขายคอนโดผู้สูงอายุให้กลุ่มเป้าหมายเจเนอเรชัน X ในไทยก็คือ พวกเขาอาจไม่ยอมรับว่าตัวเองแก่ และยังอยากอยู่ร่วมกับชุมชนปกติ ขณะที่ร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเก่า

 

แข้งขานับร้อยคู่สัญจรพลุกพล่านบนทางม้าลายบนสี่แยกในชินจูกุ แสงไฟแห่งชีวิตหลากสีกระจายแวบแปลบวูบวาบอยู่รอบๆ คั่นก้าวจังหวะของหนุ่มสาวและวัยทำงาน อีกไม่นาน คนที่เดินกระฉับกระเฉงเหล่านี้จะต้องกลายเป็นผู้สูงอายุ

จุดสีเขียวบนไฟจราจรบอกให้คนข้ามกำลังลดลง จาก 5 เหลือ 4 เหลือ 3 จุด

จำนวนประชากรเกิดใหม่ในประเทศลดลง… ลดลง…

ขณะที่อายุของพวกเขาขยับจากเลข 4 ไป 5 ไป 6

และนี่คือญี่ปุ่น ประเทศที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ 35% มากเป็นอันดับต้นของโลก



คนสูงวัย ‘รุ่นใหม่’ ที่ดูแลตัวเองได้

หากเราคิดถึงชีวิตสูงวัยในประเทศไทย ภาพจำก็คงเป็นคุณตาคุณยายที่มีหลานๆ รายล้อม ตัวเลือกที่ต่างออกไปคือบ้านพักคนชราอย่างเช่น ‘บ้านบางแค’ สังกัดกรมกิจการผู้สูงอายุ ซึ่งมีทั้งแบบสงเคราะห์หรือแบบเช่าอยู่อย่างหอพัก หรือคอนโดทางเลือกเพื่อผู้สูงอายุอย่าง ‘สวางคนิเวศ’ ของสภากาชาดไทยซึ่งขยับออกไปอยู่สมุทรปราการ


เหล่านี้คือที่พักในความดูแลของหน่วยงานรัฐ ซึ่งที่ผ่านๆ มา ความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุที่ไม่ได้อยู่กับลูกหลาน ดูเหมือนจะถูกจัดให้เป็นบริการสาธารณะเสียส่วนใหญ่


แต่ภูมิทัศน์ธุรกิจตรงนี้เปลี่ยนไป เมื่อการสูงวัยโดยลำพังไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า แต่เป็นเรื่องปกติในสังคมสมัยใหม่ คนไทยทั่วๆ ไปเริ่มตระหนักถึงการใช้ชีวิตสูงวัยอย่างไม่พึ่งพิงลูกหลานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะพวกเขามีทัศนคติไม่ต้องการเป็นภาระ หรือเป็นเพราะประชากรจำนวนมาก ‘เลือก’ ที่จะไม่แต่งงาน หรือไม่มีลูกเสียตั้งแต่ต้น


สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนมาในอัตราการเกิดใหม่ที่ลดลงๆ ขณะที่อัตราผู้สูงอายุมากขึ้น คาดว่าอัตราการเติบโตของจำนวนผู้สูงอายุของไทยก็จะเพิ่มจาก 10% ในปี 2015 ไปสู่ 19% ในปี 2030 จนในที่สุดจำนวนนี้จะเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ ที่ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากไม่มีผู้ดูแล และสภาวะที่ร่างกายกระฉับกระเฉงก็ไม่ได้อยู่กับเรานาน เมื่อโรคภัยมาเยือน ลักษณะบ้านแบบเดิมๆ ก็ไม่สนับสนุนให้ใช้ชีวิตได้เต็มที่


ธุรกิจที่อยู่อาศัยซึ่งเหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องดูแลตัวเองของเอกชน จึงผุดขึ้นมามากมายในปัจจุบัน

 


AP เล็งกลุ่มใหม่ รองรับ Gen X ในเมืองที่จะพ้นวัยทำงาน

ที่อยู่สำหรับผู้สูงอายุ ไม่ใช่แค่สร้างชุมชนผู้สูงอายุมาอยู่รวมกัน หนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่าง บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเดิมทีเน้นโครงการที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ เป็นหลัก เริ่มมองเห็นตลาดของผู้สูงวัย ‘รุ่นใหม่’ ซึ่งหมายถึงคนทำงานเจเนอเรชัน X ในวันนี้ที่กำลังก้าวสู่วัยเกษียณในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และจะกลายเป็นกลุ่ม The Young Old ที่มีอายุ 60-75 ปี ผู้ไม่ได้ต้องการย้ายออกไปจากชีวิตในเมือง


“ช่วงเจน X ของคนไทย อายุสักประมาณ 37-57 ปี เป็นประชากรกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย คือมีอยู่สัก 32% ของประชากรคนไทยทั้งหมด คนพวกนี้เอง อีกประมาณ 10-15 ปี จะเป็นคนกลุ่มใหญ่มากที่กำลังจะเข้าสู่วัยเกษียณพร้อมๆ กัน ซึ่งคล้ายๆ กับที่ญี่ปุ่นเจอในช่วงเบบี้บูมเมอร์ หลังจากที่ช่วงหลังสงคราม ซึ่งเขาปั๊มจำนวนประชากรมาเยอะมาก และตอนนี้กำลังกลายเป็นผู้สูงอายุ” วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์กล่าว พร้อมประกาศแนวคิดโครงการคอนโดนำร่องในทำเลสาทร-ตากสิน ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าวุฒากาศ ในปี 2563


“สำหรับเอพี เซกเมนต์ที่เราสนใจคือกลุ่มที่วันนี้ยังเป็นวัยทำงานอยู่ แต่ในอนาคตอันใกล้ อีก 4-5 ปี คนกลุ่มนี้ต้องพึ่งพาตัวเองในวัยเกษียณมากกว่าเจเนอเรชันก่อนๆ” วิทการกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสำรวจความเห็น คนเจเนอเรชัน X ที่อยู่ในกรุงเทพฯ มีความมั่นใจมากกว่าคนรุ่นก่อนๆ ว่าจะดูแลตัวเองได้ในยามชรา ไม่กลัวเทคโนโลยี และมีการวางแผนเพื่อวัยเกษียณมาดีเพราะเห็นบทเรียนจากพ่อแม่ เปิดกว้างต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต และชอบเข้าสังคม กล่าวโดยสรุปคือเป็น active lifestyle ซึ่งโครงการเพื่อผู้สูงอายุอื่นๆ ในปัจจุบันยังไม่ได้ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ เพราะมักมีทำเลอยู่ไกลเมือง และแยกเป็นสังคมเอกเทศออกจากเจเนอเรชันอื่น โดยเน้นที่อากาศบริสุทธิ์ ซึ่งนั่นอาจจะไม่ใช่สิ่งแรกที่คนเจเนอเรชันนี้ต้องการ



แม้ว่าคอนโดที่เป็นโครงการนำร่องนี้จะมีแนวโน้มในการใช้พื้นที่ผสมผสานกับที่อยู่อาศัยของคนหลายช่วงวัย แต่สำหรับการออกแบบพื้นที่ของผู้สูงวัย มีหลายเรื่องที่คนสร้างบ้านจะต้องเรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อนเพื่อนำมาออกแบบให้เหมาะสม



เรียนรู้จากญี่ปุ่น ประเทศที่แก่ก่อนใคร

เทรนด์ที่อยู่อาศัยในสังคมสูงวัยที่เกิดขึ้นมาสักพักแล้วในญี่ปุ่น และกำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยนับแต่ปี 2556 เอพีร่วมมือกับกลุ่มมิตซูบิชิเอสเตท (MECG) จากญี่ปุ่น พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ในเขตเมือง ซึ่งก็มีธุรกิจไม่น้อยที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ MECG ในญี่ปุ่น ได้แก่

  • Charm Premier Fukasawa เนิร์สซิงโฮมสไตล์แกลเลอรีศิลปะ ที่บริหารจัดการโดย Charm Care Corporation (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)
  • Wellness Square อาคารที่พักเพื่อผู้สูงวัยในเมืองอัจฉริยะ Fujisawa SST โดย Panasonic Corporation
  • Mitsubishi Estate Home (MEH) ธุรกิจรับสร้างบ้านและรีโนเวทที่อยู่อาศัย
  • NODA Corporation บริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อการอยู่อาศัยของผู้สูงวัย 

ทั้ง 4 องค์กรนี้ ทำให้เราเห็นมุมมองในการออกแบบที่อยู่อาศัยที่ไร้สิ่งกีดขวาง ซึ่งในญี่ปุ่นจริงจังถึงขั้นออกเป็นกฎหมาย ‘Barrier Free Law’ ‘(กฎหมายเพื่อการสนับสนุนการเคลื่อนที่และการเข้าถึงอย่างสะดวกสบายของผู้พิการและผู้สูงอายุ)  บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2006

เพราะอัตราผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นรวดเร็ว และรัฐบาลญี่ปุ่นต้องการให้พวกเขาสามารถมีส่วนร่วมกับชุมชนและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ จึงออกเกณฑ์มาตรฐานในการก่อสร้างและปรับปรุงอาคาร รวมถึงการขนส่งสาธารณะเพื่อรองรับคนกลุ่มนี้ เช่น กำหนดพื้นที่ของห้องน้ำ ลักษณะประตู ทางเดิน ขั้นบันได พื้นที่จอดรถ ป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ



เห็นได้จาก Charm Premier Fukasawa เนิร์สซิงโฮมระดับหรูหราที่ใส่ใจตั้งแต่ลักษณะของประตูที่ต้องเป็นบานเลื่อน พื้นที่ราบเรียบต่อกันไม่สะดุดด้วยธรณีประตูและมีราวจับตลอดแนวทางเดิน อ่างอาบน้ำชนิดที่เข็นรถเข็นเข้าไปประกบกับตัวอ่างได้เลยโดยไม่ต้องแบกผู้สูงอายุขึ้น-ลงจากอ่าง


หรือการออกแบบและติดตั้งเครื่องเรือนที่คำนึงถึงผู้สูงอายุของ NODA Corporation ตั้งแต่ตำแหน่งสวิตช์ไฟที่สูงในระดับคนนั่งวีลแชร์กดถึง องศาและความกว้างของประตูที่วีลแชร์สามารถผ่านไปได้ สีของแผ่นไม้กับขั้นบันไดที่ต้องแตกต่างกันจนมองเห็นได้ชัดแม้สายตาฟ้าฟาง ขั้นบันไดที่สูงประมาณ 16 ซม. พอดีระยะก้าว รวมทั้งผิวไม้ที่ไม่ลื่นและมีคุณสมบัติป้องกันแอมโมเนียจากปัสสาวะ เพื่อให้ทำความสะอาดได้สะดวก ทั้งยังมีชั้นวัสดุซับแรงกระแทก หากเกิดการลื่นล้ม


บ้านตัวอย่างของมิตซูบิชิ เอสเตท โฮม (MEH) ใน Shakujii ราคารวมราว 40 ล้านบาท


ทางเข้ามีราวจับสำหรับถอดรองเท้า และยังมีม้านั่งเล็กๆ อีกมุมเพื่อให้นั่งสวมรองเท้าได้สะดวก
 

ประตูที่ใช้ในบ้านจะต้องเป็นแบบบานเลื่อน เพื่อให้วีลแชร์สามารถเคลื่อนที่ได้สะดวก และธรณีประตูราบเรียบไปกับพื้น


ห้องนอนของผู้สูงอายุจะถูกจัดวางไว้ชั้นล่างสุด มีส่วนห้องน้ำชาอยู่ภายในตัว แต่สามารถเลื่อนฉากกั้นมาปิดได้เสมอ หากมีแขกและต้องการความเป็นส่วนตัวภายในห้องนอน
 

ห้องน้ำชามีมุมจัดเตรียมของอยู่ภายใน มีอ่างล่างจานและตู้เก็บอุปกรณ์
 

อ่างอาบน้ำและฝักบัวพร้อมปุ่มควบคุมขนาดใหญ่ เหมาะกับการใช้งานของผู้สูงอายุ
 

ไฟส่องสว่างตามทางเดินและขั้นบันได
 

ระบบปรับอากาศในบ้าน ใช้เทคโนโลยีแอโรเทค ทำให้อุณหภูมิเท่ากันทุกห้อง เป็นมิตรต่อสุขภาพของผู้สูงวัย ที่อาจเป็นลมได้หากเจออากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลัน เช่น เจออากาศเย็นในห้องน้ำยามหน้าหนาว หลังขึ้นมาจากน้ำอุ่น
 

แอโรเทคยังควบคุมความชื้น ทำให้สามารถตากผ้าในห้องได้

นอกจากการสร้างบรรยากาศการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับผู้สูงวัยแล้ว ผู้สูงวัยในญี่ปุ่น (อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป) จะได้รับการ์ดที่สามารถนำไปใช้บริการเกี่ยวกับสุขภาพ จำแนกผู้สูงอายุที่มีระดับ ‘การพึ่งพา’ ระดับต่างๆ ออกเป็น 5 ระดับ เพื่อนำไปยื่นใช้บริการเกี่ยวกับสุขภาพได้อย่างเหมาะสม โดยจะเสียค่าใช้จ่ายเพียง 10% ส่วนที่เหลือรัฐจะเป็นผู้ออกให้


โครงการนี้เรียกว่าโครงการประกันสุขภาพระยะยาว (LTCI) ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2000 เงินที่นำมาสนับสนุนนี้ มาจากการเก็บเงินจากผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปเข้ากองทุนเป็นประจำต่อเนื่อง และอีกส่วนมาจากเงินภาษี นี่เองจึงทำให้ผู้สูงวัยสามารถเข้าถึงบริการอย่างเนิร์สซิงโฮมหรือเนิร์สซิงแคร์ได้สบายกระเป๋า และผู้ให้บริการนั้นก็มีทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน


อีกหนึ่งแนวคิดที่ภาครัฐสนับสนุน คือการกำหนดให้สถานพยาบาล ศูนย์ให้บริการดูแลผู้สูงอายุ และกลุ่มชุมชนสนับสนุนการใช้ชีวิต มีที่ตั้งอยู่ไม่ห่างกัน และใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 30 นาที


นโยบายเชื่อมโยง 3 ปัจจัยสำคัญของผู้สูงวัยให้อยู่ห่างกันไม่เกิน 30 นาทีนี้ อาจพอนึกภาพออกเมื่อนึกถึงท้องถนนในญี่ปุ่น ที่แม้จะมีรถติดบ้าง แต่รถราก็ไม่ได้มากมาย และการเคลื่อนที่บนทางเท้าสะดวกและสะอาดพอที่ใครๆ ก็สามารถเดินได้


มากกว่าอาคาร คือเมือง

หลังจากการมาชมตัวอย่างในประเทศญี่ปุ่นแล้ว คงต้องรอดูกันต่อไปว่าโครงการนำร่องของเอพีนั้นจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร วิทการบอกว่ายังต้องศึกษาและออกแบบกันต่อ แต่ในเบื้องต้นจะอยู่บนสามแกนหลักดั้งเดิมของเอพี ได้แก่ Space Maximization – การใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า อยู่สบายในพื้นที่จำกัด Space Connect – โลเคชันที่เชื่อมต่อกับสถานที่โดยรอบ และ Privacy – ความเป็นส่วนตัว


“ทุกวันนี้ที่ดินแพงขึ้น ที่อยู่อาศัยมีขนาดเล็กลง การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางคอนโดของเอพี ที่ปกติมีฟิตเนสและสระว่ายน้ำ แต่สำหรับคนสูงวัย เขาต้องการอะไร ฟิตเนสแบบไหน เพื่อใช้งานยังไง เขาอาจจะไม่ได้ต้องการโคเวิร์กกิ้งสเปซ แล้วเขาต้องการอะไรบ้าง ส่วนขนาดห้องก็จะเป็นห้องที่ใหญ่ขึ้น เพราะมีความจำเป็นของของประตู ห้องน้ำ และสภาพทางเดินในห้อง อีกอย่างคือคนพวกนี้ไม่ได้กลัวเทคโนโลยีอยู่แล้ว เราจะหาเทคโนโลยีอะไรมาตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเขา”


ในด้านราคา แม้ในวันนี้คอนโดผู้สูงอายุจะถูกมองว่าเป็น ‘luxury product’ แถมผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ล้วนมีราคา วิทการมองว่าสำหรับโครงการของเอพี ก็คงไม่ตั้งราคาที่สูงเกินเอื้อม

โทโมฮิโกะ เอกุจิ Director and Executive Officer บริษัท พรีเมี่ยม เรสซิเดนซ์ จำกัด (บริษัทในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป – MECG) และ วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กร และการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์)


อย่างไรก็ดี เขาคาดการณ์ธุรกิจคอนโดในอนาคตว่าจะไม่สามารถออกแบบให้เป็นลักษณะทั่วๆ ไปเพื่อตอบโจทย์ใครก็ได้ “มันจะเป็น specific target มากขึ้น เพราะว่าพฤติกรรมคนมันชัดเจนเจาะจงขึ้นเรื่อยๆ ความต้องการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน อย่างเช่นเด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยทำครัวกัน ใช้วิธีสั่งซื้อของมา คำถามคือจำเป็นต้องมีครัวไหม ถ้าประหยัดพื้นที่ครัวตรงนี้ได้ 5 ตารางเมตร คอนโดอาจจะถูกลงสัก 500,000 บาท ซึ่งก็มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเหมือนกัน”


ส่วนความท้าทายในการขายคอนโดผู้สูงอายุให้กลุ่มเป้าหมายเจเนอเรชัน X ในไทยก็คือ พวกเขาอาจไม่ยอมรับว่าตัวเองแก่ และยังอยากอยู่ร่วมกับชุมชนปกติ ขณะที่ร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเก่า


“ความยากคือ คนญี่ปุ่นเขายอมรับตัวเองว่าเขาแก่ แล้วก็ไปอยู่กับคนแก่ แต่คนไทยเราไม่ค่อยยอมรับ แล้วบอกว่าให้ไปอยู่บ้านคนชรานี่รับรองเลยไม่มีใครอยู่แน่นอน เราจึงต้องทดสอบก่อนว่าจะเป็นยังไง”


หันมามองบรรยากาศในกรุงเทพฯ สิ่งที่ท้าทายไปกว่าการออกแบบพื้นที่ในอาคาร และอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็คือ เมืองทั้งเมืองจะต้องปรับตัวให้สอดรับกับสังคมสูงวัย เพราะชีวิตคนไม่ได้อยู่แค่ในอาคาร แต่คือการเคลื่อนที่ไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้สะดวก นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทั้งสังคมคงจะต้องปรับตามเช่นกัน

 
ที่มาภาพภายในบ้าน MEH:  AP Thailand

Cr. https://themomentum.co/ap-mecg-japan-home-for-the-elderly/

                                               ที่มา : https://youtu.be/LcU_SfEYCtU

จำหน่าย น้ำยากันลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว)

ติดต่อเรา

GMAIL  :  sureformove@gmail.com
 
LINE    :  http://nav.cx/3IqrJ4O

Powered by MakeWebEasy.com