รวมให้แล้ว! มาตรการเยียวยาโควิด-19 จากรัฐบาล

Last updated: Apr 15, 2020  |  46 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

รวมให้แล้ว! มาตรการเยียวยาโควิด-19 จากรัฐบาล

มาตรการเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รัฐบาลได้ทยอยออกมา มีหลายมาตรการที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง

 

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ดูเหมือนจะยืดเยื้อ ทำให้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างขึ้น รัฐบาลจึงต้องออกมาตรการเยียวยา เพื่อบรรเทาผลกระทบทั้งในภาคธุรกิจ ลูกจ้าง ประชาชน ซึ่งที่ผ่านมา มาตรการของภาครัฐที่ทยอยออกมาก็มีอยู่หลายมาตรการ ดังนั้น TNN Online จึงรวบรวมมาไว้ เพื่อให้้ได้ดูกันว่า มีเงื่อนไขใดที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้บ้าง 


       มาตรการชดเชยรายได้ พยุงกำลังซื้อประชาชน 

        1. มาตรการจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน เนื่องจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19  ในกลุ่มลูกจ้าง  แรงงาน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่อยู่นอกระบบประกันสังคม อาทิ  ลูกจ้างสนามมวย  ลูกจ้างโรงแรม คนรับจ้างเข็นผัก เป็นต้น  โดยจะให้ลงทะเบียนผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com  เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ และจะได้รับเงินเยียวยาผ่านบัญชีธนาคารที่มีอยู่ หรือบัญชีที่ผูกกับพร้อมเพย์ หมายเลขบัตรประชาชน  ซึ่งล่าสุดยอดผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการทะลุ 20 ล้านรายแล้ว แต่ก็ยังสามารถลงทะเบียนได้เรื่อยๆ ก่อนที่รัฐบาลจะปิดการลงทะเบียนและทยอยพิจารณาผู้ที่ผ่านเงื่อนไข พร้อมทั้งจ่ายเงินเข้าบัญชีของผู้เข้าร่วมโครงกรต่อไป  



        2. มาตรการเยียวยา กลุ่มลูกจ้างในระบบประกันสังคม-มีรายได้ประจำ เช่น พนักงานบริษัท พนักงานห้างสรรสินค้า พนักงานสถานศึกษา พนักงานของสถานประกอบการ รัฐก็ได้ออกมาตรการมาช่วยเหลือ ได้แก่ 


        - กรณีนายจ้างหยุดกิจการ-นายจ้างปิดเอง ประกันสังคมจ่ายชดเชยร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ไม่เกิน 180 วัน (ไม่เกิน 7,500 บาท/เดือน)


        - กรณีรัฐสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว จะจ่ายชดเชยร้อยละ 50 ไม่เกิน 60 วัน (ไม่เกิน 7,500 บาท/เดือน)


        - กรณีลาออก จ่ายประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตน ร้อยละ 30 ไม่เกิน 90 วัน (4,500 บาท/เดือน)


        - กรณีเลิกจ้าง จ่ายประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตน ร้อยละ 50 ไม่เกิน 180 วัน (7,500 บาท/เดือน)


        - ขณะเดียวกัน ยังได้ลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม กรณีผู้ประกันตนมาตรา 33 จาก 5 % เหลือ 1 % และกรณีมาตรา 39 จาก 9% เหลือ 7 % เวลา 3 เดือน และขยายเวลาส่งเงินสมบท งวดค่าจ้างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563 ออกไป 3 เดือน


        - ออกร่างกฎกระทรวงเพิ่มเติม เพิ่มประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจรับประโยชน์ทดแทนตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2563 ถึงวันที่ 28 ก.พ. 2565 ร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายวัน เพราะเหตุถูกเลิกจ้าง โดยให้ได้รับครั้งละไม่เกิน 200 วัน



        - ออกร่างกฎกระทรวงเพิ่มเติม เพิ่มอัตราเงินทดแทนกรณีว่างงานร้อยละ 45 ของค่าจ้างรายวัน เพราะเหตุลาออกจากงานหรือเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้าง โดยให้ได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วัน

         - ออกร่างกฎกระทรวงเพิ่มเติม ประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยตามมาตรา 79/1 มีสิทธิได้รับเงินทดแทนในกรณีว่างงานในอัตราเต็มจำนวน 100% ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 180 วัน  

        หากใครที่เป็นลูกจ้างในระบบประกันสังคม ให้ไปแจ้งว่างงานได้ที่สำนักงานจัดหางานทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ ดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ กรมการจัดหางาน  https://www.doe.go.th/prd/  หรือ ขึ้นทะเบียนว่างงานที่  https://empui.doe.go.th/auth/index     และดูข้อมูลการขึ้นทะเบียนว่างงาน กรณีถูกเลิกจ้างด้วยผลกระทบโควิด-19 ที่ https://www.sso.go.th/eform_news/  



        3. มาตรการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า  ซึ่งเงินส่วนนี้เป็นเงินที่ผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องให้ไว้กับการไฟฟ้าฯ เพื่อเป็นเงินประกันการใช้ไฟฟ้า เผื่อกรณีผู้ใช้ไฟฟ้าไม่จ่ายค่าไฟก็จะได้ยึดเงินประกันไป    โดยปกติการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะคืนเงินส่วนนี้ ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าที่เป็นบ้านที่อยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก ก็ต่อเมื่อเจ้าของบ้านเดินทางไปทำเรื่องยกเลิกใช้ไฟฟ้า ซึ่งมาตรการนี้ รัฐจะคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟที่เป็นที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก  ตามอัตราค่าธรรมเนียมที่ได้จ่ายไว้กับการไฟฟ้าฯ ที่จะแตกต่างกันไป ตามขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าของแต่ละบ้าน  ซึ่งอัตราค่าธรรมเนียมเงินประกันคืนเมื่อยกเลิกใช้ไฟฟ้าแต่ละขนาด ได้แก่   


        - มิเตอร์ขนาด 5(15) เงินประกันการใช้ไฟฟ้า 300 บาท หรือ บ้านพักขนาดเล็ก ที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มาก)

        - มิเตอร์ขนาด 15(45) เงินประกันการใช้ไฟฟ้า 2,000 บาท ซึ่งเป็นขนาดมิเตอร์ที่ครัวเรือนส่วนใหญ่ใช้ 


        - มิเตอร์ขนาด 30(100) เงินประกันการใช้ไฟฟ้า 4,000 บาท  สำหรับ บ้านพักขนาดใหญ่ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด 


        - มิเตอร์ขนาด 15(45) เฟส 3 เงินประกันการใช้ไฟฟ้า 6,000 บาท  เป็นขนาดที่ประชาชนไม่นิยมใช้

        โดยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียน เพื่อตรวจสอบสิทธิเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ผ่าน เว็บไซต์ของ กฟภ. https://www.mea.or.th/refund/intro.html  และ กฟภ. https://www.pea.co.th/  หรือแค่เพียงสแกนคิวอาร์โค้ดที่อยู่บนบิลชำระค่าไฟเดือนมีนาคม 63 เพื่อลงทะเบียนก็ได้เช่นกัน ซึ่งการคืนเงินจะได้รับผ่านบัญชีธนาคารของผู้ลงทะเบียน หรือรับคืนผ่านเคาท์เตอร์เซอร์วิส 

        4. มาตรการลดค่าไฟฟ้า  3% ระยะเวลา 3 เดือน (เม.ย.- มิ.ย.63) 


        5. มาตรการคืนเงินประกันการใช้น้ำประปา ให้กับผู้ใช้น้ำประเภทที่ 1   แบบที่พักอาศัย   ซึ่งมาตรการนี้จะคล้ายๆกับ มาตรการคืนเงินหลักประกันการใช้ไฟฟ้า  ของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค    ที่จะบรรเทาผลกระทบของประชาชน   โดยมาตรการคืนเงินประกันการใช้น้ำให้กับผู้ใช้น้ำประเภทที่ 1   แบบที่พักอาศัย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป โดยเป็นไปตามระเบียบข้อกำหนดการขอรับเงินคืนที่การประปานครหลวง( กปน.)และ การประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)  กำหนดไว้  

        อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันและเวลาในการลงทะเบียน   โดยผู้วางเงินประกันการใช้น้ำสามารถตรวจสอบสิทธิและดำเนินการขอรับเงินประกันคืนได้ ผ่านช่องทางแอปพลิเคชั่น MWAonMobile  ของกปน.  หรือผ่านช่องทางเว็บไซต์  www.mwa.co.th   และ กปภ.  www.pwa.co.th  และช่องทาง LINE OA   สามารถแอดเพิ่มเพื่อนโดยค้นหา @PWAThailand  หรือผ่านแอปพลิเคชั่น PWA1662   

cr:Pixabay

        การประปาฯ จะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนขอเงินประกันคืนได้   ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย.นี้    และจะเริ่มจ่ายเงินประกันคืนตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคมเป็นต้นไป  โดยผู้ที่ต้องการขอรับเงินประกันการใช้น้ำประปา   จะต้องกรอกข้อมูลของผู้ใช้น้ำตามขั้นตอนให้ครบถ้วน   จากนั้นรอ SMS ตอบกลับ   แล้วรอรับเงินตามช่องทางที่กำหนดไว้     ทั้งการคืนเงินประกันผ่านบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay),  บัญชีธนาคารและเคาน์เตอร์เซอร์วิส 

        6. มาตรการลดค่าน้ำประปา 3% ให้กับผู้ใช้น้ำทุกประเภทเป็นระยะเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่ใบแจ้งค่าน้ำประปาของเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2563

        7.  มาตรการขยายระยะเวลาการชำระค่าน้ำประปาโดยไม่คิดดอกเบี้ย    สำหรับ ผู้ใช้น้ำที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจโรงแรมและกิจการที่ให้เช่าพักอาศัย    รวมถึงสามารถผ่อนชำระได้ไม่เกิน 6 เดือน   เริ่มตั้งแต่ใบแจ้งค่าน้ำประปาของเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2563   โดยสามารถติดต่อที่สำนักงานประปาสาขาในพื้นที่ใช้น้ำ



        8.  เลื่อนชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2562   โดยกรมสรรพากรได้ขยายเวลาชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด 90 และ ภงด 91) จากเดิมที่ขยายถึง 30 มิถุนายน 2563 เป็น 31 สิงหาคม 2563 ให้สิทธิ์หักภาษีลดหย่อนสุขภาพ ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ จากเดิมจ่ายจริงไม่เกิน 15,000 บาท  เป็นไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อนำมารวมหัก ลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตและเงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

         9.  ยกเว้นค่าเช่าที่ราชพัสดุ 1 ปี ให้กับผู้อาศัย-เกษตรกร


        มาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อ

        1. พักชำระเงินต้น ไม่เกิน 1-2 ปี  ,ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ร้อยละ 10-20 ต่อปี , ลดดอกเบี้ยเงินกู้และเงินงวดผ่อนชำระไม่เกิน 6 เดือน และ ขยายระยะเวลาชำระหนี้ เช่น

        ธนาคารออมสิน ออกมาตรการ พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติ 3 เดือน เริ่ม 1 เม.ย.-30 มิ.ย.63 ให้กับลูกค้าเงินกู้ทุกรายที่มีสถานะชำระปกติ   จนถึงที่มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563     สำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อเคหะ  ที่มีเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 3 ล้านบาท    และสินเชื่อ SMEs ที่มีเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 20 ล้านบาท   ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2563  ส่วนลูกหนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ธนาคารออมสินช่วยลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำในปี 2563  ถึงปี 2564 จากเดิม 10% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ เหลือ 5% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ   จากนั้นในปี 2565 ให้ชำระในอัตรา 8% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ และปี 2566  อัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำอยู่ที่ 10%  ของยอดเงินที่เรียกเก็บ

        ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์สินเชื่อบุคคล  ของธนาคารออมสิน   https://www.gsb.or.th/GSB_Loans.aspx  



        ธนาคาร ธอส. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.100% - 0.350% ต่อปี  โดยจะลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี  (MRR)  ลดลง 0.100% ต่อปี    จาก 6.375% ต่อปี   ลดลงเหลือ 6.275% ต่อปี  ,อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี   ประเภทเงินกู้เบิกเกินบัญชี (MOR) ลดลง 0.350% ต่อปี  จาก 6.500% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.150% ต่อปี   , ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี    ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) คงไว้ที่ 5.875 % ต่อปี   กำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป 


        รวมทั้ง ได้ขยายเวลาชำระเงินกู้ ในงวดเดือนมีนาคม 2563 เพิ่มอีก 5 วัน  


        ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์สินเชื่อของธนาคาร ธอส. https://www.ghbank.co.th/product/loan


        ธนาคาร ธ.ก.ส. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้  MRR จากเดิมที่ร้อยละ 6.750 ต่อปี ลดลงร้อยละ 0.125 เหลือร้อยละ 6.625 ต่อปี   และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ให้สอดคล้องกับตลาดที่ ร้อยละ 0.05 - 0.35 ต่อปี  โดยมีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป

        ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ ธ.ก.ส. https://www.baac.or.th/th/index.php?cover_page=1         

    ส่วนมาตรการสินเชื่อของธนาคารอื่นๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของธนาคาร ที่เป็นลูกค้าอยู่ 

- ธนาคารกรุงศรี https://www.krungsri.com/bank/th/PersonalBanking/LoanProducts.html

- ธนาคารไทยพาณิชย์ https://www.scb.co.th/th/personal-banking.html 

- ธนาคารกรุงไทย https://krungthai.com/th/personal   เป็นต้น 

        สินเชื่อฉุกเฉิน   โดยธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 40,000 ล้านบาท  แห่งละ 20,000 ล้านบาท วงเงินต่อรายไม่เกิน 10,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.10 ต่อเดือน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563


        สินเชื่อพิเศษเพิ่มเติม  มีขึ้นเพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตแก่ประชาชนที่มีรายได้ประจำ โดยมีหลักประกัน วงเงินต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.35 ต่อเดือน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563 โดยธนาคารออมสินสนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท

**หมายเหตุ: มาตรการต่างๆเป็นมาตรการและรายละเอียดในเบื้องต้น สามารถสอบถามรายละเอียดที่ธนาคารเจ้าของโครงการได้ทุกแห่ง 



        2 . โรงรับจำนำปรับลดอัตราดอกเบี้ยรับจำนำ ผ่อนผันหรือยืดระยะเวลาการชำระหนี้แก้ผู้จำนำ

        สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับโรงรับจำนำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนฐานรากที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยธนาคารออมสินสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำวงเงินรวม 2,000 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในนามของสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.10 ต่อปี และ สธค. คิดดอกเบี้ยจากประชาชนในอัตราไม่เกินร้อยละ 0.125 ต่อเดือน ระยะเวลา 2 ปี


        มาตรการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันโรคโควิด-19

        1. จัดหาหน้ากากผ้าให้ประชาชน 50 ล้านชิ้น


        2. เพิ่มวงเงินหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพ จาก 15,000 บาท เป็นตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 25,000 บาท


        3. ผู้ที่มีอาการป่วยด้วยโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลได้ทั้งรัฐและเอกชนฟรีทั้งหมด



         
          มาตรการเยียวยากลุ่มบุคลากรทางการแพทย์

        1. ค่าเสี่ยงภัยให้บุคลากรทางการแพทย์-สัตวแพทย์ผลัดละ 1,500 บาท/คน พยาบาลและอื่น ๆ ผลัดละ 1,000 บาท/คน


        2. ค่าตอบแทนภายนอกที่ไม่ใช่ข้าราชการหรือข้าราชการที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุข ในการประชุมครั้งละ 1,000 บาทต่อคน


        3. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าตอบแทนในการเสี่ยงภัยของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 



        มาตรการช่วยพนักงาน Work From Home 

        โดย กสทช. จะแจกอินเตอร์เน็ต 10 กิกะไบต์ ต่อคนต่อเดือน   1 คนจะได้รับสิทธิ 1 เลขหมายต่อ 1  โอเปอเรเตอร์  เพื่อสนับสนุนให้คนทำงานที่บ้าน  ตามมาตรการ "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ "  ไม่ต้องลงทะเบียน ซึ่งเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนและเปิดใช้งาน  10 เม.ย.นี้ 

       

        มาตรการเยียวยากลุ่มนักลงทุน  ในตลาดเงิน-ตลาดทุน


        1. เสริมสภาพคล่องให้กองทุนตราสารหนี้ มูลค่ารวม 1 ล้านล้านบาท


        2. กองทุนเสริมสภาพคล่องเพื่อลดความเสี่ยงของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ วงเงินเริ่มต้น 70,000-100,000 ล้านบาท


        3. แทรกแซงตลาดตราสารหนี้ภาครัฐ

Cr. https://www.tnnthailand.com/content/34327

                                                      ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=z2TVaKFm0Wk 

จำหน่าย น้ำยากันลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว)

ติดต่อเรา

GMAIL  :  sureformove@gmail.com
 
LINE    :  http://nav.cx/3IqrJ4O 

Powered by MakeWebEasy.com