สถานที่และบรรยากาศที่ดี มีผลโดยตรงต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ

Last updated: Mar 7, 2020  |  35 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

สถานที่และบรรยากาศที่ดี มีผลโดยตรงต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ

สังคมสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ นั่นก็เพราะคนเราซึ่งประกอบไปด้วยร่างกายและจิตใจนั้นต้องอาศัยอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งเสมอ ซึ่งที่ที่เราอาศัยอยู่นั่นแหละคือสังคมและสิ่งแวดล้อม ถ้าโชคดีได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีก็จะได้เปรียบ เหมือนมีกองหนุนที่เข้มแข็งช่วยให้สร้างสุขภาพได้ง่าย

 

แต่ถ้าต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เลวร้าย แน่นอนว่าสิ่งแวดล้อมนั้นก็จะพาให้สุขภาพเราทรุดโทรมลงอย่างไม่ต้องสงสัย จึงพูดได้ว่าสังคมสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ต้องปรับให้เอื้อต่อสุขภาพของผู้สูงอายุเสมอ

สังคมสิ่งแวดล้อมที่กล่าวถึงนี้จะรวมทุกสิ่งที่อยู่ล้อมรอบตัว ไม่ใช่เพียงสิ่งแวดล้อมที่เป็นต้นไม้ใบหญ้า แม่น้ำ ภูเขา หรือทะเลเท่านั้น ไม่ใช่บ้านเรือนตึกรามใหญ่โตที่เป็นวัตถุเท่านั้น ยังรวมถึงงผู้คนในสังคม ระบบการปกครอง การเมือง เศรษฐกิจ ระบบขนส่ง การแพทย์ การเกษตร อะไรทุกอย่างเหล่านี้ล้วนมีผลต่อสุขภาพทั้งสิ้น

การที่เราจะสร้างสุขภาพสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่คนในสังคมต้องช่วยเหลือกัน ช่วยกันสร้างสังคมให้มีความสุข ไม่ใช่ทำลายซึ่งกันและกัน สังคมใดที่อยู่เย็นเป็นสุข ผู้คนในสังคมจะมีสุขภาพดี ต่างจากสังคมที่มีปัญหาผู้คนในสังคก็จะมักจะมีปัญหาตามไปด้วยนั่นเองค่ะ

เรามองเห็นแล้วว่าสุขภาพนั้นเป็นเรื่องกว้างกว่าตัวเราคนเดียว เราอาจจะสร้างสุขภาพส่วนบุคคลได้ แต่ถ้าต้องอยู่ในสังคมที่ไม่มีสุขภาพ แล้วเราจะมีสุขภาพที่ดีได้อย่างไร ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องสร้างสุขภาพของสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ไม่ใช่เพื่อคนอื่นเท่านั้น แต่เพื่อตัวเราเอง



การสร้างสุขภาพให้สังคมนั้นเป็นเรื่องที่เห็นผลช้าและต้องอาศัยความร่วมมือจากคนอื่นมาก เราอาจไม่มีกำลังเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมได้มากนัก ดังนั้นควรเริ่มต้นจุดเล็กๆ ที่ตัวเองก่อน สร้างสุขภาพส่วนบุคคลก่อนแล้วแพร่ขยายไปยังครอบครัว ญาติมิตร ทำตัวไม่ให้เป็นภาระสังคม ไม่ทำลายสังคมและสิ่งแวดล้อม เท่านั้นก็ถือว่าเราได้ช่วยสร้างสังคมสิ่งแวดล้อมแล้วส่วนหนึ่ง ถ้าทุกคนทำในส่วนย่อยๆ ของตนเช่นนี้มากขึ้น สังคมโดยรวมก็จะค่อยๆ ดีขึ้นตามไปด้วยค่ะ

มาถึงตรงนี้เรามาเร่งหาควารมรู้และเร่งสร้างสุขภาพให้ตัวเองก่อนเป็นสำคัญ พอได้ผลดีแล้วค่อยชวนคนอื่นต่อไป ตามแนวทางที่เราปฏิบัติกันมา เราพจะได้ไม่ต้องซีเรียสกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากเกินไป เท่าที่ทำได้นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เรื่องเหล่านี้ยิ่งต้องใส่ใจและให้ความสำคัญเป็นพิเศษค่ะ



คุณภาพของอากาศ

อากาศที่พอเหมาะกับการหายใจต้องมีออกซิเจนประมาณ 21 เปอร์เซนต์ นอกนั้นจะเป็นก๊าซตัวอื่นที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนกัน ในขณะเดียวกันก็มีก๊าซที่เป็นโทษต่อร่างกายผสมอยู่ในอากาศที่เราหายใจทุกวันเช่นกัน ส่วนจะมีก๊าซเสียเหล่านั้นมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นกับสถานที่ของสิ่งแวดล้อมบริเวณนั้น

เราต้องการอากาศบริสุทธิ์ที่ธรรมชาติให้มา ธรรมชาติสร้างสิ่งแวดล้อมให้มีความสมดุลทั้งแม่น้ำลำคลอง ป่าเขา คน สัตว์ สิ่งของ ทั้งหมดที่อยู่ในโลกนี้ล้วนแต่อาศัยซึ่งกันและกันเพื่อสร้างสมดุลของธรรมชาติมาโดยตลอด

แต่เมื่อมนุษย์ที่ชาญฉลาดเริ่มเอาชนะธรรมชาติ สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ขึ้นมาบนโลก ธรรมชาติดั้งเดิมของอากาศก็เสียไปด้วย มองจากสิ่งใกล้ตัวก็ได้ มลพิษที่เกิดขึ้นในบริเวณที่เราอาศัยอยู่มีทั้งน้ำเน่า อากาศเสีย ควันดำ ไอเสียจากเครื่องงยนต์ สารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม เหล่านี้เป็นเรื่องของความเจริญที่ทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ

อากาศย่อมเป็นพิษมากขึ้นตามการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม อากาศในเมืองใหญ่ๆ เมื่อเทียบกับอากาศในเมืองเล็กๆ จะมองเห็นความแตกต่างกันได้ชัดเจน และยิ่งเทียบกับชุมชนในชนบทหรือธรรมชาติที่เป็นป่าเขา น้ำตก ชายทะเล ยิ่งรู้สึกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น คุณภาพอากาศที่เราต้องการนั้นต้องเป็นอากาศบริสุทธิ์แบบชายทะเลมากกว่าในเมืองแน่นอน

หน้าที่ของเราคือหาอากาศบริสุทธิ์แบบนั้นหายใจให้ได้มากที่สุด ถ้าจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่อากาศเป็นพิษจะทำอย่างไร นี่เป็นปัญหาใหญ่ต่อสุขภาพนะคะ เพราะเราหายใจอยู่ตลอดเวลา ถ้าได้รับอากาศดีร่างกายก็จะดี เดี๋ยวนี้ถ้าได้รับอากาศเสียร่างกายก็จะเสียเดี๋ยวนี้เช่นกัน ค่อยๆ สะสมไปจนสารพิษมากพอ แล้วแสดงอาการของโรคให้เห็น จึงทำให้เห็นได้ว่าคุณภาพอากาศสำคัญต่อสุขภาพมาก ถ้าจำเป็นต้องอยู่ในที่อากาศไม่ดี ก็ปรับสภาพแวดล้อมที่บ้านให้ดีขึ้นก็แล้วกัน หาต้นไม้มาช่วยฟอกอากาศให้ได้มากที่สุด เริ่มต้นแก้ไขที่ตัวเราเองก่อนดีที่สุดค่ะ

ปกติคนเราจะหายใจแบบลึกที่ปอดกลีบล่างจะได้รับอากาศมากที่สุด ปกติคนเราจะหายใจสั้นและตื้น ทำให้อากาศเข้าปอดในช่วงบนมากกว่า ปอดกลีบล่างจึงไม่ค่อยได้รับอากาศเต็มที่ ถ้าปอดกลีบล่างได้รับอากาศมาก ออกซิเจนจะเพียงพอต่อการทำงานของร่างกาย เราก็ไม่ต้องหายใจถี่เร็ว ซึ่งเป็นการใช้งานร่างกายมากเกินไป ทำให้เสื่อมเร็วกว่ากำหนด การหายใจที่ถูกต้องจะช่วยถนอมร่างกายให้ใช้งานได้นานและมีประสิทธิภาพ



เมื่อหายใจได้ลึกแบบนั้นแล้ว  เราอาจฝึกการหายใจอีกแบบหนึ่งที่มีประโยชน์มากเช่นกัน นั่นคือการหายใจให้ปอดทุกส่วนมีการขยายตัวซึ่งจะมีขั้นตอนการหายใจดังนี้

1.หายใจช้าๆ เบาๆ และยาวๆ ตลอดการหายใจ

2.เมื่อหายใจเข้าในช่วงแรกประมาณหนึ่งในสามให้อากาศไหลเข้าสู่ปอดกลีบล่าง หน้าท้องจะพองออก

3.หายใจเข้าช่วงที่สอง อีกหนึ่งในสามให้อากาศไหลเข้าสู่ปอดกลีบกลางเราจะรู้สึกว่าชายโครงขยายตัวพองออก

4.หายใจเข้าช่วงสุดท้ายอีกหนึ่งในสามให้อากาศไหลเข้าที่ปอดกลีบบน หน้าอกเราจะขยายตัวพองออก

5.จากนั้นก็หายใจออก จะมีการคืนตัวของกล้ามเนื้อกลับสู่สภาพปกติ

การหายใจวิธีนี้ปอดจะมีการขยายตัวและหดตัวทุกครั้ง อากาศจะเข้าสู่ปอดได้มากและครบทุกส่วน ถุงลมที่อยู่ในปอดส่วนต่างๆ ทำงานได้อย่างเต็มที่ เมื่อมีการยืดหยุ่นอยู่เสมอ ประสิทธิภาพของถุงลมและปอดโดยรวมก็จะแข็งแรง



อากาศสร้างสุขภาพ

อากาศที่ผ่านเข้าไปในปอดจะไปสิ้นสุดที่ถุงลม และมีเลือดมาเลี้ยง อากาศจะนำออกซิเจนผ่านเข้าไปในเลือด ขณะเดียวกันก็รับคาร์บอนไดออกไซค์ที่เป็นของเสียกลับออกมา แล้วปล่อยทิ้งไปตามการหายใจออก ส่วนออกซิเจนไหลไปกับกระแสเลือดเพื่อไปเลี้ยงเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย ไปช่วยสร้างพลังงานให้เซลล์ทำงานได้ ถ้าขาดออกซิเจน เซลล์ที่มีสารอาหารมากมายก็ไม่อาจสร้างพลังงานได้ ออกซิเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

แต่ถ้าเราได้รับอากาศไม่ดี ก๊าซพิษเหล่านี้จะเข้าไปในเลือดและไปถึงเซลล์เช่นกัน ถ้าไปขัดขวางการทำงานของเซลล์ให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น แทนที่ร่างกายได้รับอากาศมากจะเป็นผลดี กลับกลายเป็นผลร้าย คุณภาพอากาศจึงสำคัญควบคู่กับวิธีการหายใจ เราจึงต้องเลือกใช้วิธีการหายใจให้เหมาะสมกับอากาศที่มีอยู่ ถ้าเราอยู่ในที่ที่อากาศบริสุทธิ์ก็ใช้วิธีการหายใจที่ใหอากาศเข้าสู่ร่างกายได้มาก แต่ถ้าอยู่ในที่ที่อากาศเป็นมลพิษ เราต้องใช้วิธีหายใจให้อากาศเข้าสู่ร่างกายน้อยๆ แล้วรีบหาอากาศบริสุทธิ์มาหายใจให้ได้ต่อไป ร่างกายจึงจะได้ออกซิเจนเพียงพอต่อการยังชีพ


สถานที่และบรรยากาศ

สิ่งแวดล้อมที่เป็นสถานที่และบรรยากาศเป็นปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพโดยตรง เพราะเราต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งเสมอ และถ้าสถานที่นั้นมีบรรยากาศที่เอื้อต่อสุขภาพก็จะทำให้เรามีแต้มบวกขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องทำอะไร เหมือนกับการตั้งร้านขายของต้องดูทำเลที่ตั้ง ทำเลดีการค้าขายก็เจริญก้าวหน้า ถ้าเราได้ทำเลที่เหมาะสมก็จะมีสุขภาพดีได้ง่าย ผิดกับทำเลที่ไม่ดี แม้จะพยายามดูแลรักษาสุขภาพอย่างไรก็ถูกทำเลที่ไม่ดีนั้นทำลายจนเป็นแต้มลบ ทำให้เราฟิตสุขภาพไม่ได้เต็มที่ สถานที่อยู่อาศัยและการจัดบรรยากาศจึงมีความสำคัญ



บรรยากาศสำหรับผู้ป่วย

ในช่วงเวลาเจ็บป่วยร่างกายย่อมต้องการสร้างสุขภาพที่พิเศษกว่าปกติ เราจึงมักจะได้ยินคำแนะนำให้ผู้ป่วยหลบออกไปจากเมืองหลวง ไปพักผ่อนในที่ที่บรรยากาศดีๆ เช่น ชายละเล ป่าเขาที่มีอากาศบริสุทธิ์ ความจริงสถานที่พวกนั้นไม่ใช่เพียงมีอากาศบริสุทธิ์เท่านั้น แต่มีเรื่องของจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมะเร็งนั้น ถือว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย จะเป็นต้องกินยาควบคุมไปตลอดชีวิต ในทางธรรมชาติบำบัดบอกว่ามีสารพิษอยู่ในร่างกายมาก การรักษาทำได้โดยพยายามล้างพิษออกจากร่างกายให้มากที่สุด และไม่รับสารพิษใหม่เข้ามาอีก ซึ่งสถานที่อยู่อาศัยและบรรยากาศมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาก ถ้าผู้ป่วยต้องอยู่ในทำเลไม่ดีจะไม่มีทางหายจากโรคได้เลย เพราะบรรยากาศแบบเดิมนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างพิษให้เกิดขึ้นในตัวเรา

อย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมว่าผู้สูงอายุล้วนมีพลังชีวิตลดน้อยลง จึงจำเป็นต้องได้รับพลังชีวิตเพิ่มขึ้น สถานที่และบรรยากาศที่เหมาะสมจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยได้ นอกจากนี้ก็ยังต้องรับพลังชีวิตจากอาหารการกิน การออกกำลังกาย และอีกหลายวิธีที่จะนำพลังชีวิตเข้าสู่ร่างกาย ผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงหรือมีโรคประจำตัวเรื้อรังมานานจึงน่าจะได้พักรักษาตัวอยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งแวดล้อมที่สร้างสุขภาพแบบนี้

เพราะสถานที่และบรรยากาศที่ชอบนั้นมีผลโดยตรงต่อสุขภาพ ต่อไปนี้ลองจัดชีวิตของตัวเองเข้าไปอยู่ในบรรยากาศที่สร้างสุขภาพ ไม่ว่าสถานที่นั้นจะเป็นที่บ้านหรือที่พักผ่อนที่มีคนจัดไว้ให้ก็ตาม พยายามอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น แล้วธรรมชาติจะดูแลตัวเราให้มีสุขภาพดีได้ค่ะ

Cr. https://goodlifeupdate.com/healthy-body/seniorcare/192206.html

                                                  ที่มา :  https://www.youtube.com/watch?v=7sHFUXn8aRM

จำหน่าย น้ำยากัลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว)

ติดต่อเรา

GMAIL  :  sureformove@gmail.com

LINE    :  http://nav.cx/3IqrJ4O 

Powered by MakeWebEasy.com