แชร์เคล็ดลับเตรียมตัวก่อนวัยเกษียณ อยากเป็นแบบไหนเลือกเลย!

Last updated: Feb 29, 2020  |  35 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

แชร์เคล็ดลับเตรียมตัวก่อนวัยเกษียณ อยากเป็นแบบไหนเลือกเลย!

ก่อนถึงวันเกษียณ ขณะที่เราวิ่งวุ่นอยู่กับการตั้งใจทำ งานหาเงิน อาจทำ ให้เราหลงลืมบางสิ่งบางอย่างที่จำเป็นจะต้องเตรียมสำหรับการเกษียณ นอกเหนือจากการจดบันทึกรายรับ รายจ่าย และการบันทึกแจกแจงสินทรัพย์หนี้สินต่างๆ ที่ควรทำอย่างสมํ่าเสมอในทุกปีแล้ว เราควรทำอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง?

 

วันนี้มีเช็คลิสต์สำหรับผู้ที่ใกล้จะเกษียณมาให้ตรวจสอบไปด้วยกันค่ะ


ถ้ามีเวลา 10 ปีก่อนเกษียณ  

ทบทวนยอดเงินลงทุนที่มีและปรับการลงทุน

สำหรับการลงทุนที่เราเตรียมไว้ใช้หลังเกษียณควรจะมีการปรับความเสี่ยงการลงทุนลง โดยลดสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ลดสัดส่วนตราสารทุน เพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ในพอร์ตให้มากขึ้น ตัวอย่าง แผนสมดุลตามอายุของ กบข. สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปี จะมีสัดส่วนตราสารทุน 32% มีตราสารหนี้63% และการลงทุนอื่นๆ 5%  ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีการปรับสัดส่วนตราสารทุนลงเรื่อยๆ ปีละ 2-3% จะเห็นได้ว่าเมื่อใกล้เกษียณมากขึ้น เราจำเป็นต้องลดความผันผวนของการลงทุน เนื่องจากใกล้ถึงวันที่เราต้องใช้เงินนั่นเอง

วิธีการปรับการลงทุนนี้สามารถนำ ไปประยุกต์ใช้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF) ที่เราสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้นะคะ



ทดลองใช้โปรแกรมคำนวณเงินสำหรับการเกษียณ   

ในเว็บไซต์ของสถาบันการเงินหลายแห่งมีบริการจำลองแผนการลงทุนสำหรับการเกษียณ เพื่อให้รู้ว่าเราควรเตรียมเงินเท่าไหร่ถึงจะพอใช้ยามเกษียณ และที่สำคัญทำให้รู้ว่าเราต้องออมเงินหรือลงทุนเดือนละเท่าไหร่ เพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้จะต้องเตรียมข้อมูลเบื้องต้นในเรื่องข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลด้านการเงิน 

ตัวอย่าง เช่น ปัจจุบันอายุ 50 ปี ต้องการเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี คาดการณ์อายุขัยอยู่ที่ 80 ปี ประมาณค่าใช้จ่ายหลังเกษียณอยู่ที่ 22,000 บาท อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย2.5% ต่อปี ถ้าเงินออมที่มีอยู่แล้วตอนนี้ 1,000,000บาท จะต้องเก็บเงินตั้งแต่อายุ 50 ปีเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ29,000 บาท จะทำ ให้มีเงิน ณ วันเกษียณที่อายุ 60 ปี ประมาณ 6,600,000 บาท ซึ่งจะเป็นจำ นวนเงินที่เพียงพอสำ หรับมาตรฐานการดำรงชีพไปจนถึงอายุ 80 ปี




มีเวลา 5 ปี ก่อนเกษียณ

ปรับการลงทุนให้มีความเสี่ยงน้อยลง

เนื่องจากระยะเวลาก่อนเกษียณมีน้อยลง หากการลงทุนปรับตัวลดลงจนขาดทุน คงไม่ดีแน่ๆ และถ้าการลงทุนมีสัดส่วนตราสารทุนอยู่มากจะทำ ให้มีความผันผวนสำหรับแผนสมดุลตามอายุของ กบข. สำหรับผู้ที่อายุ 55 ปี กำหนดสัดส่วนตราสารทุน 18% ตราสารหนี้ 82%

โดยผู้ที่มีกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ครบกำหนดแล้วแนะนำทยอยขายหน่วยลงทุนออกและสะสมกองทุนตราสารหนี้เพิ่มมากขึ้น และหากต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีต่อเนื่อง แนะนำลงทุนกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF)ที่เป็นประเภทตราสารหนี้โดยกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพต้องลงทุนขั้นตํ่า 5,000 บาทต่อปีและลงทุนต่อเนื่อง 5 ปีนะคะ

 

จัดการเรื่องบ้านหรือที่อยู่อาศัย

สถานที่ที่จะอาศัยอยู่หลังเกษียณ ควรอยู่ไม่ไกลจากชุมชน และสถานพยาบาล อีกทั้งควรเตรียมความพร้อมให้ที่อยู่อาศัยมีความปลอดภัย และมีลักษณะเหมาะสมกับวัยสูงอายุ  เมื่อผู้ที่เกษียณแล้วมีเงินเก็บไม่เพียงพอ บ้านก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งซึ่งสามารถตัดสินใจขายบ้าน เพื่อมีเงินไปซื้อบ้านที่เล็กลง หรือเช่าอพาร์ตเมนต์จะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายได้และมีทางเลือกอื่นๆ เช่น ถ้าอยากอยู่บ้านหลังเดิมก็สามารถใช้บริการสินเชื่อ Reverse Mortgage โดยผู้กู้ยังอาศัยอยู่ในบ้านได้เหมือนเดิมและมีเงินใช้รายเดือนอีกด้วย



ตรวจสอบกรมธรรม์ประกันชีวิตและประกันสุขภาพที่คุ้มครองหลังเกษียณ

โดยอาจพิจารณาการทำ ประกันสุขภาพเพิ่มเติมก่อนที่จะเจ็บป่วยและประกันสุขภาพที่ควรทำ พ่วงไปกับประกันแบบตลอดชีพเนื่องจากจะให้ความคุ้มครองเราได้ในระยะยาวหลังเกษียณ



มีเวลา 1 ปี ก่อนเกษียณ

ประเมินกระแสเงินสดทั้งรายได้และรายจ่าย

หากพบว่าเงิน ณ วันเกษียณไม่เพียงพอสำ หรับใช้ชีวิตยามเกษียณ แนะนำ ให้หาทางลดรายจ่าย เช่นการทำอาหารทานเอง ท่องเที่ยวน้อยลง และหาทางเพิ่มรายได้ เช่น ตัดสินใจทำ งานต่อไป หาอาชีพใหม่ตามความถนัด หรือขายสินทรัพย์ต่างๆ

ปรับสัดส่วนการลงทุนหลังเกษียณและทยอยถอนเงิน

เมื่อถึงเวลาต้องใช้เงิน ควรถอนเงินเป็นรายเดือนเพื่อนำ มาใช้จ่ายเท่าที่จำ เป็น เพราะว่าเงินก้อนใหญ่ที่ยังไม่ได้นำออกมาใช้ ยังสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนต่อไปได้ทั้งนี้เมื่ออายุมากกว่า 59 ปีแนะนำ ควรลงทุนตราสารทุน 10% มีตราสารหนี้90% และสัดส่วนการลงทุนนี้แนะนำสำ หรับการลงทุนช่วงหลังเกษียณ

เช็คลิสต์เหล่านี้เป็นเรื่องที่จะทำ ก่อนหรือทำหลังอย่างไร ไม่มีอะไรตายตัวนะครับ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความพร้อมของแต่ละบุคคล ทั้งนี้คนที่จะตัดสินใจทุกเรื่องเกี่ยวกับการเกษียณ ก็คือตัวเราเอง ดังนั้นก่อนตัดสินใจเรื่องใดๆ เราควรพิจารณาอย่างรอบคอบหาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจในเรื่องการเงินนะคะ

อย่างไรก็ตามการที่ผู้เกษียณอายุจะสามารถเผชิญกับสภาวะวิกฤติดังกล่าวได้จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมวางแผนชีวิตก่อน ที่จะก้าวสู่วัยเกษียณหรือวัยสูงอายุในด้านต่างๆ 6 ด้าน ดังนี้



1. เตรียมตัวด้านจิตใจ

คนที่มีอายุใกล้ถึงเกณฑ์เกษียณ ย่อมรู้สึกประหวั่นวิตกกังวลว่า หลังจากเกษียณจะอยู่อย่างไร ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านจิตใจ ทำให้มีอารมณ์รุนแรง หงุดหงิด เหงา เบื่อหน่ายชีวิต ควรเตรียมตัวด้านจิตใจ ดังนี้

สร้างขวัญกำลังใจที่ดี ในการเผชิญหน้ากับวัยเกษียณ ใช้หลักธรรมะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

มองโลกในแง่ดี รู้จักปล่อยวางเมื่อมีปัญหา พร้อมแก้ปัญหาด้วยความมีสติและรู้จักควบคุมตนเอง

พยายามทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกับผู้อื่น ทั้งการทำอาหาร ทำสวน เลี้ยงสัตว์

ติดตามเหตุการณ์ข่าวสารบ้านเมืองต่างๆ ทั้ง ฟังเพลง อ่านหนังสือพิมพ์ ดูโทรทัศน์


2. เตรียมตัวด้านร่างกาย

สำหรับสุขภาพร่างกาย เป็นสิ่งที่ต้องดูแลเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่ใกล้จะเกษียณอายุควรเตรียมตัวด้านสุขภาพร่างกายให้พร้อม เพราะในวัยนี้ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงให้เห็นได้ชัด เตรียมตัวด้านร่างกาย ดังนี้

รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เป็นอาหารที่เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย เน้นปลาและผักที่ปลอดสารพิษ

ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 10 แก้ว

นอนหลับอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง

ตรวจสุขภาพประจำปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

 

3. เตรียมตัวด้านสัมพันธภาพในครอบครัว

เรื่องสัมพันธภาพในครอบครัว เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นครอบครัวจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้

– ติดต่อสื่อสารกันเสมอ

– ให้เวลากับสมาชิกในครอบครัว

– เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่คนในครอบครัว

– สอนลูกหลานให้รักและเคารพผู้สูงอายุ




 
4. เตรียมตัวด้านกิจกรรมการใช้เวลาว่าง

ด้านกิจกรรมยามว่าง เป็นเรื่องสำคัญที่ทำแล้วสบายใจ ควรเลือกกิจกรรมที่มีประโยชน์และถนัด รวมทั้งความเหมาะสมกับกำลัง ดังนี้

– เล่นกีฬา เช่น เดิน ว่ายน้ำ เปตอง เป็นต้น

– ทำงานอดิเรก เช่น เขียนหนังสือ อ่านหนังสือ หรือทำงานประดิษฐ์

– ร่วมกิจกรรมในสังคม หรือทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เพื่อพูดคุยกับเพื่อนใหม่



5. เตรียมตัวด้านที่อยู่อาศัย

เรื่องที่อยู่อาศัย เป็นสถานที่สำคัญต่อมนุษย์ทุกคน การเตรียมที่อยู่อาศัยควรจัดให้พร้อมก่อนถึงวันเกษียณอายุ หากจัดการตอนเข้าสู่วัยสูงอายุแล้วอาจมีปัญหาบางอย่างซึ่งแก้ไม่ทันการณ์ได้ ควรเตรียมความพร้อม ดังนี้

– บริเวณที่อยู่อาศัย ต้องมีลักษณะเหมาะสม และมีข้อจำกัดในวัยชรา เช่น พื้นบ้านต้องไม่ขัดเงาให้ลื่น เพราะจะทำให้หกล้มได้ง่าย

– สถานที่ตั้งที่อยู่อาศัย ต้องสะดวกในการเดินทาง ไม่ไกลจากแหล่งชุมชน จากญาติหรือเพื่อนสนิท



6. เตรียมตัวด้านทรัพย์สินเงินทอง

ความเป็นจริงแล้ว การวางแผนชีวิตควรเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อเป็นการวางเป้าหมายในชีวิต เนื่องจากบุคคลเมื่อถึงเวลาเกษียณอายุ รายได้ที่เคยได้รับประจำก็ลดลง ดังนั้นถ้าไม่มีแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุม เงินอาจหมดไปอย่างรวดเร็ว จึงต้องเตรียมตัวด้านการเงิน ดังนี้

-ประเมินรายจ่ายแต่ละเดือน วิเคราะห์รายจ่ายต่างๆ ทำเป็นตารางงบออกมา ให้เห็นและเข้าใจง่าย

-ประเมินรายรับแต่ละเดือน วิเคราะห์รายรับเพื่อคาดคะเนจำานวนรายได้ เนื่องจากเมื่อเกษียณอายุ รายได้พิเศษต่างๆ อาจสิ้นสุดไป

-ควบคุมค่าใช้จ่ายในบ้านให้สมดุลกับรายได้ ควรหาทางเพิ่มรายได้หรือตัดรายจ่ายไม่จำเป็นออก

-เตรียมสะสมเงินเพื่อสำรองไว้ใช้ยามเจ็บป่วย ฉุกเฉินหรือเมื่อมีปัญหาทางเศรษฐกิจ ควรเริ่มต้นสะสมเป็นเวลาอย่างน้อย 10-15 ปี ก่อนการเกษียณอายุ อาจเป็นการสะสมในรูปอสังหาริมทรัพย์ การซื้อพันธบัตร การประกันชีวิต หรือบริหารเงินที่ได้รับหลังเกษียณ

อ่านบทความนี้แล้ว ลองทบทวนกันดูนะคะว่า ตอนนรีเรามีการเตรียมความพร้อม เพือรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกันบ้างหรือยัง ถ้ายังล่ะก็ลองเอาสิ่งดีๆ ที่เรารวบรวมมากฝากลองไปทำตามกันดู แก่ตัวไปจะได้ไม่ลำบากค่ะ

Cr. https://goodlifeupdate.com/healthy-body/seniorcare/194768.html

                                                  ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=QsuMOedGgRc

จำหน่าย น้ำยากัลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว)

ติดต่อเรา

GMAIL  :  sureformove@gmail.com

LINE    :  http://nav.cx/3IqrJ4O

Powered by MakeWebEasy.com