HOTEL GAHN ถ่ายทอดวัฒนธรรมบาบ๋า-ย่าหยาผ่านสเปซแห่งการพักผ่อน

Last updated: 2020-12-26  |  71 จำนวนผู้เข้าชม  | 

HOTEL GAHN ถ่ายทอดวัฒนธรรมบาบ๋า-ย่าหยาผ่านสเปซแห่งการพักผ่อน

โรงแรมพังงา ภายใต้อาคารขนาดความสูง 5 ชั้น ที่โดดเด่นตั้งแต่ภาพด้านหน้าแห่งนี้ คือ HOTEL GAHN หรือโรงแรมกาล ซึ่งถ่ายทอดวัฒนธรรมความภูมิใจในความเป็น “บาบ๋า-ย่าหยา” หรือลูกหลานชาวจีนเลือดผสมที่ถือกําเนิดมาจากการแต่งงานข้ามเชื้อชาติระหว่างชาวจีนอพยพและชาวเมืองท้องถิ่นในพื้นที่คาบสมุทรมลายู-อินโดนีเซีย ผ่านทุกอณูของพื้นที่ด้วยเอกลักษณ์อย่างการแต่งกายชุดเสื้อฉลุลายลูกไม้ ผ้าปาเต๊ะ รองเท้าถักลูกปัด เครื่องประดับทองอันอ่อนช้อย รวมถึงรสมือการปรุงอาหารท้องถิ่น

 

 

โดยมีสตูดิโอออกแบบ Studio Locomotive ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราววิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และความทรงจำดั้งเดิมเหล่านี้ ออกมาผ่านรูปแบบการออกแบบตกแต่งของโรงแรม ซึ่งมีฟังก์ชันครบครันทั้งที่พัก ร้านอาหาร และคาเฟ่รวมอยู่ด้วย จากการฟังเรื่องราวที่เจ้าของถ่ายทอดระหว่างการพูดคุยเกี่ยวกับเมืองตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ที่สมัยก่อนพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญ และมีแร่ดีบุกเป็นทรัพยากรที่หาได้ง่ายในพื้นที่ จึงกลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมเหมืองแร่ดีบุก เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างผู้คน ในฐานะที่ที่นี่เป็นเส้นทางอพยพจากจีนมาคาบสมุทรมลายูและศูนย์กลางการค้ากับยุโรป


ซึ่งเปรียบเจ้าของโครงการคือ ผู้ที่เดินทางมากับเรือสำเภาจีน รับหน้าที่เป็นพ่อครัวประจำเรือในยุคนั้น จนกระทั่งมาตั้งรกรากบนที่แห่งนี้ เเล้วเกิดความคิดอยากส่งต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมจีนลูกผสมที่ยังพบเห็นอยู่ในเมืองตะกั่วป่าออกมาในรูปแบบของที่พัก โดยมีความตั้งใจที่จะให้แขกได้รับรู้วิถีชีวิตผ่านประสบการณ์ระหว่างการพักผ่อนและมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวเจ้าของโครงการอย่างเป็นกันเอง
   



การนำเสนอวิถีชีวิตผ่านการออกแบบโรงแรมกาล จึงไม่ได้มาจากการทำซ้ำตามแบบอาคารดั้งเดิม แต่เป็นการถ่ายทอดกลิ่นอายจากการจัดวางผังพื้นที่ใช้สอย การเลือกใช้วัสดุ การรักษาวัสดุ และรายละเอียดงานตกแต่งที่แสดงถึงภูมิปัญญาการก่อสร้าง ซึ่งจะเห็นได้จากประตูซุ้มโค้งเหล็กสูง 6 เมตร ที่มีลักษณะคล้ายทางเดินเชื่อมอาคารร้านค้า หรือที่เรียกว่า “หง่อคาขี่”  (五脚基) ซึ่งพบเห็นได้บ่อยตามพื้นที่ทางเดินด้านหน้าอาคารพาณิชย์เก่าแแก่ในเมืองตะกั่วป่า จนกลายเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ประจำถิ่น นำมาสู่เเรงบันดาลใจในการสื่อสารอัตลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมนี้ ผ่านการประยุกต์นำเเบบอย่างมาทำเป็นกำแพงด้านหน้า เพื่อทำหน้าที่สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับแขกที่บริเวณชั้น 1 ซึ่งอยู่ติดกับถนน  โดยไม่เป็นการปิดทึบจนเกินไปสามารถยอมให้ลมธรรมชาติพัดผ่านเข้ามาในพื้นที่ใช้สอยภายใน ช่วยให้บรรยากาศปลอดโปร่งเเละเย็นสบายไปพร้อมกัน

 


บริเวณชั้น 1 ในส่วนของพื้นที่ต้อนรับ ร้านกาแฟ และร้านอาหารของโรงแรม เปิดให้แขกใช้พื้นที่ร่วมกันได้ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม้คละรูปแบบ เด่นด้วยโต๊ะกลางขนาดใหญ่ที่ล้อมด้วยเก้าอี้หัวโล้น ทำให้ส่วนนี้ได้บรรยากาศของบ้านครอบครัวขยาย ประกอบกับตู้เก็บของความสูงเต็มผนัง สำหรับเก็บของใช้ของสะสมของคุณแม่ เสมือนเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวของครอบครัว

 

อีกฝั่งในส่วนของห้องครัว เลือกใช้สีแดงและสีเขียว  ซึ่งเป็นสีที่พบเห็นเป็นเอกลักษณ์จากองค์ประกอบงานตกแต่งของบ้านแบบบาบ๋า-ย่าหยา โดยเลือกมาใช้ทาเป็นสีผนังบางส่วน ในส่วนของเสากับคานไม้ที่ใช้แบ่งกรอบเพดานยังทำหน้าที่เป็นรางเดินสายไฟและท่อต่าง ๆ ในขณะที่บันไดที่นำขึ้นไปสู่ชั้นห้องพักมีรายละเอียดเรียบง่าย หัวเสาตัดเป็นทรงหกเหลี่ยม ราวจับและระแนงเป็นทรงสี่เหลี่ยมธรรมดาตามแบบบันไดบ้านไม้ท้องถิ่น





เรื่อยไปจนถึงส่วนของผนังที่ติดกับระเบียงบันได ทำเป็นฝาไหลหรือฝาบ้านไม้สองชั้น เจาะช่องสลับกันที่เลื่อนปิดเปิดเป็นช่องแสงช่องลมได้เมื่อต้องการ ผนังทางเดินเข้าห้องพักทั้งสองข้างจัดแสดงภาพข้อมูลวัฒนธรรมและความเชื่อในท้องถิ่นแทรกกับป้ายบอกเลขห้องพัก

ภายในห้องพักใช้องค์ประกอบการตกแต่งและเครื่องเรือนที่พบเห็นได้ทั่วไปในบ้านท้องถิ่น เช่น การใช้พื้นหินขัดกรอบด้วยโลหะ ผนังไม้มีคิ้วตกแต่ง ระแนงเหล็กใช้กับกรอบหน้าต่าง มือจับและกลอนประตูที่ใช้การล็อคขัดไม้ รูปแบบของเตียงสี่เสา และอ่างดินเผาลวดลายวาดมือ
 

    

อีกหนึ่งภูมิปัญญาที่ถูกนำมาใช้คือการถนอมเนื้อไม้แบบโบราณ คือการใช้น้ำมันเครื่องมาย้อมเนื้อไม้ธรรมชาติ ช่วยให้ได้ผนังอาคารสีดำเต็มแผงดูเข้มขรึม ทั้งนี้ยังเป็นแผงที่ใช้ปกปิดท่องานระบบต่าง ๆ ที่ตั้งใจเดินออกนอกอาคารเพื่อลดการเสียพื้นที่ความสูงระหว่างชั้นอีกด้วย

ที่นี่จึงเป็นผลลัพธ์ของความภาคภูมิใจในการส่งต่อวัฒนธรรมในฐานะบาบ๋า-ย่าหย๋า และสัญลักษณ์ทางชาติพันธุ์ โดยมีอาคารสถาปัตยกรรมเป็นตัวบอกเล่าเรื่องราว พร้อม ๆ ไปกับการสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจการท่องเที่ยววิถีชุมชน และการให้ประสบการณ์ผ่านการปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวเจ้าของที่จะคอยให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วยตนเอง อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชนตะกั่วป่าได้ทางตรง จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว

เจ้าของโครงการ : ครอบครัวอนุศาสนนันท์
ผู้ออกแบบ : Studio Locomotive

เรียบเรียง  : Woofverine
ภาพ : Beer Singnoi

Cr. https://www.baanlaesuan.com/181737/design/lifestyle/hotels/hotel-gahn

                                                      ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=oqaSgIzVuhI

จำหน่าย น้ำยากันลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว)

ติดต่อเรา

GMAIL  :  sureformove@gmail.com

LINE    :   http://nav.cx/3IqrJ4O

Powered by MakeWebEasy.com