“ผู้สูงวัย” กับการเรียนรู้ในศตวรรษ 21

Last updated: Feb 18, 2020  |  53 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

“ผู้สูงวัย” กับการเรียนรู้ในศตวรรษ 21

ในยุคของสังคมสูงวัยที่นอกจากจำนวนผู้สูงอายุทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นแล้ว อายุขัยยังยืนยาวขึ้นอีกด้วยผลจากวิวัฒนาการทางการแพทย์และไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจในสุขภาพ ผู้สูงวัยหลายคนไม่แน่ใจว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้า หรือจะทำอะไรดีกับชีวิตที่เหลืออยู่ บางคนยังมองว่าความแก่เป็นวิกฤติ ทั้งที่อายุที่มากขึ้นนั้นถือเป็นโอกาสดีในการลงมือทำหลายสิ่งหลายอย่าง  

ศตวรรษที่ 21 เต็มไปด้วยการท้าทายและโอกาสมากมายในการใช้ชีวิตแบบแอคทีฟ แตกต่างจากยุคก่อนๆ ที่มองกันว่าพอแก่แล้วก็เกษียณไปใช้ชีวิตเงียบๆ เพราะอายุขัยที่ยืนยาวของผู้คนในหลายประเทศมีขึ้นพร้อมกับอัตราการเกิดที่ลดลง อันทำให้ผู้สูงวัยจัดเป็นบุคลากรทรงคุณค่า และเป็นอีกกลุ่มที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจหากได้รับโอกาสให้ทำงานต่อไป การสำรวจของหลายประเทศพบว่ามีผู้สูงวัยจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่อยากทำงานไปจนอายุ 70

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 



เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ

หากเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยได้เรียนรู้ควบคู่ไปกับการทำงาน เช่น เรียนรู้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ จะยิ่งทำให้ผู้สูงวัยปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ได้มากขึ้น เพราะหากอายุขัยของผู้คนยืนยาวไปถึง 80, 90 หรือ 100 ปี การหยุดการเรียนรู้ไว้ที่อายุ 21 ปีหรือหลังจบมหาวิทยาลัย อาจไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าใดนัก

คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ หรือรุ่นที่เกิดประมาณปี 1940-1960 ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งปัจจุบันคือผู้สูงอายุนั้น เกิดก่อนการมาถึงของอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน จึงมักถูกมองว่าไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีและจมอยู่กับอดีต

แต่ “อายุ” ไม่ได้เป็นอุปสรรคหากตั้งใจที่จะเรียนรู้ มีกรณีของชายวัย 91 ในอังกฤษที่ขับรถไปเรียนคอมพิวเตอร์ทุกสัปดาห์และก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จากตอนแรกที่ไม่รู้ว่าจะเสียบปลั๊กแลปทอปยังไง จนมาถึงตอนนี้คล่องแคล่วในการตกแต่งรูปภาพ

แม้คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ไม่ได้โตมาพร้อมกับการถ่ายเซลฟี่ แต่หากตั้งใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมฝาก-ถอน-โอนเงินทางออนไลน์ ไปจนถึงการดาวโหลดเพลง-ภาพยนตร์ และใช้เป็นเครื่องมือในการติดต่อเพื่อนฝูง-ญาติพี่น้อง

นอกจากมีประโยชน์ในแง่ของการอำนวยความสะดวกแล้ว เทคโนโลยียังนำไปสู่ช่องทางในการทำธุรกิจมากมาย เพียงแค่ผู้สูงอายุมีไอเดียดีๆ และเว็บไซต์เด็ดๆ ก็สามารถทำธุรกิจออนไลน์ และทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่ในออฟฟิศ แต่สามารถไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจแล้วทำงานไปด้วย ไม่ต่างจากหนุ่มสาวสมัยนี้
 

เรียนรู้ที่จะเข้าสังคม

การเรียนรู้ที่จะเข้าสังคมหรือไปเปิดหูเปิดตานอกบ้าน เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะเพิ่มชีวิตชีวาให้แก่ผู้สูงวัย ไม่ว่าจะเป็นการพบปะติดต่อกับลูกหลานญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง และคนรู้จัก หรือแม้แต่การดูแลสัตว์เลี้ยงก็สามารถช่วยได้

นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ อย่างไปวัด หรือไปออกกำลังตอนเช้าที่สวนสาธารณะเป็นประจำ ซึ่งการออกกำลังกายมีประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพและรูปร่าง ทำให้น้ำหนักตัวไม่เยอะเกินในยุคที่โรคอ้วนเป็นปัญหาไปทั่วโลก อีกทั้งจิตใจยังแช่มชื่นแจ่มใสเพราะร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟินออกมา หากไม่สะดวกไปออกกำลังที่สวนสาธารณะ ก็อาจทำกิจกรรมเพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวแถวๆ บ้าน อย่างพาสุนัขออกมาเดินเล่น หรือทำสวน
 

เพิ่มพูนสิ่งใหม่ทุกวัน

นอกจากการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ และการมีสังคมเพื่อนฝูงแล้ว การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สามารถกระตุ้นให้สมองตื่นตัวอยู่ตลอดและอัลไซเมอร์ไม่ถามหา ไม่ว่าจะเป็นการหัดเล่นเครื่องดนตรี การเรียนภาษาต่างประเทศ เรียนทำขนม เรียนทำงานฝีมือ เรียนศิลปะ เรียนโยคะ คลาสเหล่านี้บางคลาสก็จัดขึ้นตามหมู่บ้านหรือชุมชนที่มักหากิจกรรมที่สร้างสรรค์สำหรับผู้สูงวัยเป็นการเฉพาะ

หรือหากเดินไปตลาดด้วยเส้นทางเดิมทุกวัน ก็อาจลองเปลี่ยนเส้นทางดูบ้าง เพราะการทำอะไรที่ฉีกไปจากรูปแบบเดิมและเรียนรู้สิ่งใหม่ ช่วยปรับปรุงในเรื่องความจำได้

นอกจากนั้น การฟังเพลงอัลบั้มใหม่ๆ ของนักร้องร่วมสมัย หรือเปิดยูทูปเพื่อฟังเพลงโปรด รวมถึงการติดตามข่าวสารอยู่เป็นประจำ ยังสามารถช่วยให้รู้ความเป็นไปต่างๆ ในโลกและคุยกับลูกหลานหรือเพื่อนฝูงได้รู้เรื่องด้วย
 

เรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ

การเรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ เป็นกำลังใจอย่างดีให้ผู้สูงวัยมีความกระตือรือร้นเช่นกัน เมื่อเห็นว่าสิ่งที่กำลังทำนั้น มีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการงาน หรือกิจกรรมการเป็นอาสาสมัครตามองค์กรการกุศล ไปเป็นครูอาสา หรือแม้แต่การแวะไปดูเพื่อนบ้านที่อยู่ตัวคนเดียวว่าทุกอย่างโอเครึเปล่า

“จิตอาสา” เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สถานที่หลายแห่งเปิดรับจิตอาสาหรือคนไปช่วยทำงานด้านต่างๆ เพื่อส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นเพนท์ถุงผ้า หรือทำไม้กวาดเพื่อนำไปบริจาคให้เด็กและวัดตามชนบท โดยส่วนใหญ่มีการสอนวิธีทำที่หน้างาน กิจกรรมเหล่านี้ยังเป็นโอกาสดีที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนทั้งวัยเดียวกันและต่างวัยด้วย ทั้งยังเป็นการฝึกสมองในส่วนของกระบวนการรู้-คิด ส่วนร่างกายก็ได้เคลื่อนไหวอยู่ตลอด บางกิจกรรมยังเป็นฝึกสมาธิให้จดจ่ออยู่กับปัจจุบัน ไม่โหยหาอดีต ไม่กังวลอนาคต

หากวันไหนไม่สะดวกออกนอกบ้าน หรือร่างกายไม่เอื้ออำนวยให้เดินทางไปไหนไกลๆ ผู้สูงวัยก็สามารถใช้รูปแบบการทำงานที่”ยืดหยุ่น”ซึ่งคน Gen ใหม่ชื่นชอบกัน นั่นคือทำงานผ่านอินเทอร์เน็ต โดยผู้สูงวัยอาจรับงานอาสาตรวจเอกสารมาทำที่บ้านแล้วส่งงานทางอีเมล หรือช่วยติววิชาต่างๆ ให้เด็กๆ ทางออนไลน์ ซึ่งมีประโยชน์ทั้งต่อสังคมและผู้สูงวัย ที่มีโอกาสได้พูดคุยและใช้สมองอย่างต่อเนื่อง

ผู้สูงวัยที่มีทักษะด้านภาษา ยังอาจใช้ทักษะนี้ให้เป็นประโยชน์ด้วยทำงานกับกลุ่มอาสาสมัครระหว่างประเทศ ไปออกค่ายดูแลด้านสุขภาพและช่วยสอนเด็กๆ ตามชุมชนยากไร้ทั่วโลก


การทำตัวแอคทีฟและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ อาจทำให้คนหนุ่มสาวเห็นแล้วอดคิดไม่ได้ว่าผู้สูงวัยในศตวรรษที่ 21 ไปเอาพลังงานและทัศนคติแง่บวกมาจากไหน

แน่นอนว่าผู้สูงวัยไม่สามารถกลับไปเป็นหนุ่มเป็นสาวได้อีกครั้ง แต่อายุขัยที่ยืนยาวขึ้น ก็มาพร้อมกับโอกาสในการเรียนรู้ที่มากขึ้นตามไปด้วย แถมด้วยโอกาสในการมีส่วนร่วมและช่วยเหลือสังคม ซึ่งการไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเองนี่เอง ทำให้วัยที่เพิ่มขึ้นนั้น เต็มไปด้วยคุณค่า

 Cr. https://www.bangkokbanksme.com/en/ageingsociety-learning

                                                  ที่มา :  https://www.youtube.com/watch?v=lOmnwoHg_O4

จำหน่าย น้ำยากันลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว)

ติดต่อเรา

GMAIL  :  sureformove@gmail.com

LINE    :  http://nav.cx/3IqrJ4O

Powered by MakeWebEasy.com