10 ประเด็นท้าทายสำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อรับมือสังคมสูงวัย

Last updated: Jan 2, 2020  |  61 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

10 ประเด็นท้าทายสำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อรับมือสังคมสูงวัย

จากสถานการณที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น วัยแรงงานต้องรับภาระดูแลผู้อายุมากขึ้น ผู้สูงอายุอยู่เพียงลำพังมากขึ้น ผู้สูงอายุพึ่งพิงรายได้จากลูกหลานลดลง แนวโน้มขาดแคลนแรงงานในระบบ รัฐมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และเบี้ยยังช้ีพผู้สูงวัยเพิ่มขึ้น

 

 

หากมองโลกในแง่ดี เรียกว่า นี่คือโอกาสสำคัญในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเพื่อรับมือกับสังคมสูงวัย สิ่งสำคัญที่ต้องตอบให้ได้คือ “เราค้นหาโจทย์ในการออกแบบนวัตกรรม และกลุ่มเป้าหมายเจอแล้วหรือยัง ?”



ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นจากจุดไหน เราขอเสนอ 10 ประเด็นสำคัญสำหรับการพัฒนานวัตกรรมเพื่อรับมือกับสังคมสูงวัย ดังนี้



1. การเกิด: เป็นที่ทราบกันดีว่า ในขณะที่สัดส่วนผู้สูงวัยเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเกิดกลับลดลง ทำให้วัยแรงงานต้องรับภาระในการดูแลผู้สูงวัยเพิ่มขึ้น สิ่งที่ต้องคิดออกแบบเพื่อวางแผนรับมือกับเรื่องนี้คือ จะทำอย่างไรให้อัตราการเกิดไม่ลดงไปมากกว่านี้ หรือถ้าจะให้ดี ต้องทำให้อัตราการเกิดเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงให้เด็กที่เกิดมาแล้วมีคุณภาพ ซึ่งโจทย์อันหลังนี้ อาจต้องไปว่ากันถึงระบบการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพของประชากรเลยทีเดียว                                                                                                                                                                                                       
2. การทำงาน: เมื่อวัยแรงงานมีแนวโน้มลดลง แน่นอนว่าย่อมส่งผลถึงระบบเศรษฐกิจ จะทำอย่างไรให้แรงงานที่มีอยู่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ(ในแง่การสร้างรายได้ให้กับตนเองและประเทศ) รวมไปถึงทำอย่างไรให้เกิดการจ้างงาน และสร้างงานในผู้สูงอายุ ช่วยทั้งเรื่องเศรษฐกิจประเทศ สร้างรายได้ให้ผู้สูงวัย ลดความเสี่ยงจากโรคซึมเศร้าจากการอยู่บ้านนานๆ และไม่เป็นภาระลูกหลาน win-win กันทุกฝ่าย                                                                                                        

3. ป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ: ความชรา อาจไม่น่ากลัวเท่าการเข้าสู่วัยชราที่ตามมาด้วยสารพัดโรครุมเร้า ร่างกายก็แย่ เงินก็ต้องเสีย และอาจต้องกลายเป็นภาระของลูกหลาน ทางออกที่ดีที่สุด คือ กันไว้ดีกว่าแก้ จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อยู่ในภาวะที่สามารถดูแลและช่วยเหลือตนเองได้ไปให้นานที่สุด โดยกลุ่มเป้าหมายของเรื่องนี้ ไม่ควรพุ่งเป้าไปที่ผู้สูงวัยเพียงอย่างเดียว ทางที่ดี ควรเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก คนหนุ่มสาว วัยก่อนเกษียณ ไปจนถึงกลุ่มผู้สูงวัยที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะติดเตียง เพราะการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ ยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีมากเท่านั้น                                                                                                           

4. การเข้าถึงการรักษา: การไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ แต่ด้วยความเสื่อมของร่างกายที่เพิ่มขึ้นตามวัย โอกาสที่ผู้สูงอายุจะเจ็บป่วยจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อไม่อาจปฏิเสธกฏของธรรมชาติได้ สิ่งที่ต้องคิดเตรียมการคือ จะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ ซึ่งจากการศึกษาของธนาคารโลก พบว่า สิ่งที่เป็นปัญหาหลักสำหรับผู้วัยในการเข้าถึงบริการสุขภาพนั้นประกอบไปด้วย                                                                                                                                                      
 -  ฐานะทางเศรษฐกิจ                                                                            
 -  ระยะทางจากบ้านไปสถานพยาบาล                                                       
 -  ระยะเวลาที่รอเข้ารับบริการ                                                                
 -  การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะที่มีราคาย่อมเยาว์และบริการรถรับส่ง                                                                                        
 -  ผู้ดูแลหรือคนที่พาไปส่งสถานพยาบาล โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่สุขภาพไม่แข็งแรง หรือผู้สูงอายุกลุ่มติดเตียง                                                                                                       
(ที่มา: ปิดช่องว่างการเข้าถึงบริการทางสุขภาพของผู้สูงอายุ: ความเป็นธรรมทางสุขภาพและความครอบคลุมทางสังคมในประเทศไทย, World bank group)                                                                                                                                                            

5. การดูแลผู้สูงอายุกลุ่มติดเตียง: ในกรณีที่ผู้สูงอายุเจ็บป่วยจนกระทั่งช่วยเหลือตนเองไม่ได้ หรือช่วยเหลือตนเองได้บางส่วน ต้องพึ่งพิงผู้อื่นในการทำกิจวัตรประจำวัน หากเกิดภาวะเช่นนี้ จะสร้างปัญหาอย่างมากในกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง และ/หรือผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจน โจทย์ที่ต้องคิดสำหรับเรื่องนี้คือ จะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุกลุ่มติดเตียงได้รับการดูแลที่ดี และมีคุณภาพ                                                                                                                  

6. ผู้ดูแลผู้สูงอายุ: ผู้ดูแล(care giver) ถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญสำหรับผู้สูงอายุที่เริ่มช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ไปจนถึงผู้สูงอายุกลุ่มติดเตียง ในขณะที่ผู้สูงอายุต้องการการดูแล ในทางเดียวกัน เราก็พบว่า ผู้ดูแล ก็มีความยากลำบากในการใช้ชีวิตไม่น้อยไปกว่าผู้สูงอายุเอง โดยเฉพาะผู้ดูแลกลุ่ม unpaid care giver ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นลูกหลาน หลายคนต้องเสียสละลาออกจากงาน ละทิ้งเส้นทางอาชีพของตนเองเพื่อมาทำหน้าที่นี้ ต้องเผชิญกับภาวะความเครียด การจัดการชีวิตส่วนตัว หลายคนทุ่มเทกับการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านจนไม่มีเวลาในการดูแลตนเองจนประสบปัญหาสุขภาพตามมา ปัญหาที่เหล่านี้ ต้องการนวัตกรรมเข้ามาช่วยเติมเต็มให้ชีวิตของผู้ดูแลดีขึ้นเช่นกัน จะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้ดูแลกลุ่ม unpaid care giver มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความยากลำบากในการทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุน้อยลง                                                                                                          

7. การออมเงิน: ขณะที่ผู้สูงอายุมีโอกาสในการทำงานสร้างรายได้น้อยลง แต่ยังจำเป็นต้องใช้เงินในชีวิตประจำวัน ยิ่งผู้สูงอายุมีแนวโน้มอายุยืนมากขึ้น หมายความว่า จำนวนเงินที่ต้องใช้ในยามเกษียณย่อมสูงขึ้น ขณะที่ปัจจุบันมีผู้สูงอายุถึงร้อยละ 24 ที่ไม่ออมเงิน(ที่มา: การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2557, สำนักงานสถิติแห่งชาติ) สิ่งที่ต้องเร่งทำคือ จะทำอย่างไรให้คนวัยทำงานมีการออมเงินสำหรับชีวิตวัยเกษียณ                                                                                                              

8. ภาพลักษณ์ของผู้สูงวัย: ในยุคที่คนสูงวัยมีมาก แต่คนดูแลมีน้อย การทำให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระน่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับเรื่องนี้ แต่อุปสรรคสำคัญต่อเรื่องนี้คือ สังคมเรายังมีภาพลักษณ์ของผู้สูงวัยในลักษณะที่เป็นผู้อ่อนแอ ต้องได้รับการดูแล ต้องพึ่งพิงผู้อื่น ไม่มีคุณค่าหรือสามารถทำประโยชน์ได้ ความชราจึงเป็นเรื่องน่าหดหู่ ต้องอยู่บ้านเลี้ยงหลานเพียงอย่างเดียว ทั้งที่จริงแล้ว เรามีคนสูงวัยที่สามารถช่วยเหลือและดูแลตนเองได้ อีกทั้งมีศักยภาพไปช่วยผู้อื่นได้ถึงร้อยละ 96 จากผู้สูงวัยทั้งหมด (ที่มา: จากการคัดกรองผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในเดือนต.ค. 59-มี.ค. 60, กระทรวงสาธารณสุข)จะทำอย่างไรให้สังคมเกิดการรับรู้ใหม่ว่า ผู้สูงอายุไม่ใช่บุคคลไร้ค่า สามารถออกไปใช้ชีวิตเหมือนเช่นคนทั่วไป และมีศักยภาพในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้                                                                                                                    

9. กิจกรรมทางสังคมสำหรับผู้สูงวัย: ด้วยมุมมองแบบเดิมที่สังคมมีต่อผู้สูงอายุ ทำให้พื้นที่ หรือกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุมีค่อนข้างจำกัด ผู้สูงอายุหลายคนเก็บตัวอยู่แต่ที่บ้าน หลายคนประสบปัญหาภาวะซึมเศร้า จะทำอย่างไรให้เกิดการสร้างพื้นที่หรือกิจกรรมสำหรับผู้สูงวัยที่หลากหลายมากขึ้น และสอดรับกับการใช้ชีวิตของคนสูงวัยในยุคปัจจุบัน รวมถึงทำอย่างไรให้ผู้สูงวัยสามารถเข้าถึงพื้นที่หรือกิจกรรมเหล่านี้ได้มากขึ้นด้วย                                                                                                                                 

10. สภาพแวดล้อมที่เอิ้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงวัย: แม้สังคมไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว แต่ปัจจุบันเรายังพบว่ายังไม่มีการเตรียมการในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับผู้สูงวัยมากนัก ทั้งในพื้นที่สาธารณะ และที่บ้าน จะทำอย่างไรให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ทำให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตทั้งในบ้าน และออกไปนอกบ้านได้อย่างสบายใจ สามารถใช้ชีวิตได้โดยอิสระ ลูกหลานไม่ต้องห่วงกังวล                                                  

จะดีแค่ไหน ถ้าเรื่องเหล่านี้ถูกหยิบยกขึ้นมา แล้วช่วยกันค้นหาหนทางในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหา

Cr. https://blog.goodfactory.co/10-ประเด็นท้าทายสำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อรับมือสังคมสูงวัย-db0a44ec31d3

                                                       ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=zzevvUxLQ9w

จำหน่าย น้ำยากันลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 


ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว)

ติดต่อเรา

GMAIL  :  sureformove@gmail.com

LINE    :  http://nav.cx/3IqrJ4O

Powered by MakeWebEasy.com