วัสดุยอดฮิตปูพื้นและผนัง เลือกใช้อย่างไรดี

Last updated: 2020-12-27  |  98 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วัสดุยอดฮิตปูพื้นและผนัง เลือกใช้อย่างไรดี

 ถ้าจะเลือกวัสดุก่อสร้างใดสักชนิดหนึ่ง เพื่อมาใช้ในการสร้าง หรือตกแต่งส่วนต่างๆ ของอาคาร ไม่ว่าจะเป็นพื้น ผนัง หรือฝ้าเพดาน ซึ่งล้วนแต่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ควรศึกษาเรื่องโครงสร้างทั้งภายนอก-ภายใน และวัสดุที่ใช้ประกอบกับส่วนนั้นๆ เพราะความหลากหลายของวัสดุในปัจจุบันช่วยให้เกิดรูปแบบการตกแต่งที่แปลกใหม่ แต่วัสดุบางประเภทก็ยังมีข้อจำกัดในการใช้งาน หรือมีรายละเอียดในการติดตั้งที่แตกต่างกัน ซึ่งถ้าหากทราบถึงข้อจำกัดดังกล่าวก็จะทำให้การออกแบบเป็นไปได้ง่ายขึ้น และยังช่วยประหยัดงบประมาณได้อีกด้วย

หลักเกณฑ์ในการเลือกใช้วัสดุในการสร้าง หรือตกแต่งส่วนต่างๆ นั้นต้องคำนึงถึง ปัจจัย ดังนี้

• ความนิยมความชอบส่วนบุคคล

• ทุนทรัพย์ในการก่อสร้าง

• การใช้งานและการดูแลรักษา

• สนองตอบการใช้งานตามพื้นที่ใช้สอย

ทีนี้มาเข้าเรื่องวัสดุกันบ้างดีกว่า วันนี้เรามีวัสดุยอดฮิตที่สมัยนี้เค้านิยมใช้กัน มาแนะนำเป็นหมวดๆ ไปนะคะ

หมวดพื้น

       1. พื้นไม้ เป็นวัสดุพื้นฐานที่ใครๆ ก็นึกถึงเป็นวัสดุแรกที่จะเอามาทำงานปูพื้น เพราะไม้ให้ความรู้สึกที่ดูอบอุ่น และดูมีราคา ไม้ส่วนมากที่นำมาใช้เป็นไม้เนื้อแข็ง จำพวกไม้มะค่า ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้จากต่างประเทศ หรือไม้เนื้ออ่อนอย่างไม้สัก ซึ่งให้ลวดลายสวยงาม ให้ผิวสัมผัสที่ดี คงทน แต่เนื่องจากในปัจจุบันไม้เป็นวัสดุที่หายาก มีราคาแพง จึงมีการใช้วัสดุอื่นมาทดแทนไม้แผ่น เช่น ปาร์เก้ ลามิเนต เป็นต้น



       2. พื้นลามิเนต เป็นวัสดุปูพื้นที่เกิดจากแนวคิดของการหาวัสดุมาใช้ทดแทนไม้จริง ทำให้ประกอบไปด้วยวัสดุ แบบธรรมชาติ กับแบบสังเคราะห์ ผสมๆ กัน ข้อดีของพื้นลามิเนตคือเมื่อปูแล้วให้ความรู้สึกคล้ายไม้จริงแต่ราคาถูกกว่า ติดตั้งได้รวดเร็วกว่า ไม่ยุ่งยาก ผิวหน้าสามารถทนทานต่อรอยขูดขีด แรงกดกระแทกได้ดี ทนความร้อนได้ในระดับหนึ่ง ทนต่อสารเคมี และไม่ติดไฟ พื้นไม่เก็บฝุ่นและเชื้อโรค ทำความสะอาดได้ง่าย และสามารถเลือกสีผิวหน้าให้เป็นลวดลายที่ต้องการได้



       3. พื้นกระเบื้องเซรามิค มีให้เลือกมากมายทั้งรูปแบบ ลวดลาย สีสันและราคา แข็งแกร่ง ทนทาน กันน้ำได้ดี ทำความสะอาดง่าย ติดตั้งได้ทั้งภายนอกและภายใน การปูกระเบื้องเล่นลาย เป็นสิ่งที่ต้องระวังมาก เพราะกระเบื้องแต่ละแผ่น แต่ละยี่ห้อ จะมีขนาดและความหนา ไม่เท่ากัน ทำให้ปัญหาของการปูกระเบื้องก็คือกระเบื้องมักขาดตลาดในลายที่ต้องการ และหากเสียหายแตกหักภายหลังจะหามาทดแทน ไม่ได้ จึงควรเก็บสต็อคกระเบื้องที่ใช้ไว้บ้าง กระเบื้องเซรามิคให้ความรู้สึกค่อนข้างแข็ง และเย็นเท้า จึงไม่เหมาะกับการใช้ในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น แต่จะไปใช้ในห้องครัวหรือห้องน้ำมากกว่า



       4. พื้นกระเบื้องไวนิล ก็คือกระเบื้องยางนั่นแหละ แต่ด้วยเทคโนโลยีการผลิตในสมัยนี้ทำให้มีการพัฒนารูปร่างหน้าตาไปพอสมควร ทำให้ไม่ได้ดูเชยๆเหมือนเมื่อก่อน ได้พื้นกระเบื้องที่มีทั้งสีสันลวดลายคล้ายวัสดุธรรมชาติมากขึ้น แถมยังมีพื้นผิวที่ขรุขระอีกด้วย เช่น ลายหินธรรมชาติ และลายไม้ต่างๆ ข้อดีคือราคาค่อนข้างถูก ถ้าเทียบกับพวกพื้นไม้หรือกระเบื้อง มีความทนทานได้ดีในระดับนึง แถมยังรับแรงกดได้ดีด้วย ทำความสะอาดได้ง่าย การซ่อมบำรุงก็ทำได้ไม่ยาก แผ่นไหนเสียช่างเค้าก็เลาะแผ่นนั้นออกและปะแผ่นใหม่เข้าไปแค่นั้นเอง



       5. พื้นหินแกรนิต เป็นหินธรรมชาติ มีความแข็งแรงทนทาน ให้ความประณีตสวยงามเนื่องจากแนวเส้นรอยต่อระหว่างแผ่นมีขนาดเล็ก มีสีสันให้เลือกมากมาย ดูหรูหรา ปูได้ทั้งภายในและภายนอก มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ดูแลรักษาง่าย เพราะแกรนิตโต้จะมีรูพรุนที่พื้นผิวน้อยทำให้ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกไม่เข้าไปเยอะ แต่มีปัญหาเรื่องความลื่นเมื่อถูกน้ำ จึงต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย



หมวดผนัง

       1. ผนังแบบก่ออิฐ ผนังแบบนี้เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป ตามบ้านและอาคารต่าง ๆ เพราะเป็นวัสดุที่สามารถหาได้ง่ายและยังมีราคาถูกอีกด้วย ผนังก่ออิฐ มีทั้งแบบก่ออิฐโชว์แนว และผนังก่ออิฐฉาบปูน สามารถเป็นได้ทั้งผนังภายในและภายนอกอาคาร เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทาน ทนแดด ลม ฝนได้ดี และถ้าเป็นก่ออิฐโชว์แนว ก็ดูจะสวยงามไปอีกแบบหนึ่งด้วย ข้อดีของผนังแบบก่ออิฐก็ตรงที่สามารถทุบหรือต่อเติมได้โดยไม่มีผลกับตัวโครงสร้าง อิฐที่มาใช้แบ่งคร่าวๆได้คือ อิฐมอญ อิฐมวลเบา และอิฐบล็อค อิฐมวลเบามีน้ำหนักเบา, ก้อนใหญ่ ทำให้ใช้เวลาในการก่อสร้างน้อย เก็บเสียงและกันความร้อนได้ดีเพราะมีรูพรุนในเนื้อเยอะ ดังนั้นเวลาจะเจาะรูสำหรับแขวนของที่มีน้ำหนักต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะในการยึดติด ส่วนอิฐมอญมีความแข็งแรงทนทาน สามารถเจาะแล้วใส่ปุ๊กตามท้องตลาดทั่วไปได้เลย



       2. ผนังแบบสำเร็จรูป หรือที่เรียกกันว่า ผนัง Precast ผนังแบบนี้จะแตกต่างจากผนังทั่วไปตรงขั้นตอนการก่อสร้างและคุณสมบัติบางอย่าง เริ่มกันที่วิธีการผลิตจะเริ่มต้นจากในโรงงานเลย โดยตัวผนังจะถูกผลิตขึ้นตามแบบที่ต้องการ หลังจากนั้นจะนำแผ่นผนังที่ได้มาประกอบเป็นตัวบ้านที่หน้างาน การก่อสร้างแบบนี้จะใช้เวลาน้อยกว่าแบบก่ออิฐฉาบปูนค่อนข้างมาก มีความแข็งแรงเพราะมีการเสริมเหล็กเข้าไปด้านใน ด้วยความแข็งแรงของตัวผนังเองทำให้ระบบการก่อสร้างบ้านจะเปลี่ยนเป็นแบบผนังรับน้ำหนักไม่ใช่เสาและคาน ทำให้เราจะเห็นบ้านในยุคสมัยใหม่จะไม่มีเสาตามมุมต่างๆของตัวบ้าน แต่การใช้ระบบนี้ก็มีข้อเสียอยู่ในตัวคือถ้าจะต่อเติมหรือทุบกำแพงบางส่วนออกจะไม่สามารถทำได้ เพราะพื้นที่ของผนังทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ถ้าจะเจาะรูที่ผนังก็ทำได้ไม่ใหญ่มากหรือเจาะได้แค่ใส่ท่อสำหรับงานระบบเท่านั้น อีกจุดหนึ่งที่มีความสำคัญคือรอยต่อของชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ถ้าจุดนี้มีการออกแบบที่ดีและสามารถควบคุมการก่อสร้างให้ได้คุณภาพ ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น



       3. ผนังยิปซั่ม ที่ทำจากแผ่นยิปซั่มบอร์ด ผนังชนิดนี้กำลังเป็นที่นิยม เนื่องจากราคาที่ไม่แพง มีน้ำหนักเบากว่าวัสดุที่นำมาทำโครงสร้างอื่นๆ และที่สำคัญมีข้อได้เปรียบในเรื่องของความเรียบได้ระนาบของผนัง ไม่ก่อให้เกิดความเลอะเทอะ เพราะการจัดทำหรือก่อสร้างทั้งหมดเป็นระบบแห้ง ไม่มีปัญหาผิวผนังแตกร้าวเหมือนกับผนังก่ออิฐฉาบปูน สามารถตกแต่งทาสี ติดวอลล์เปเปอร์ได้สวยงาม และยังสามารถก่อสร้างได้อย่างรวดเร็ว แต่มีข้อเสียคืออายุการใช้งานไม่นาน ไม่คงทนเท่าผนังก่ออิฐ และยังไม่ทนต่อความชื้นอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับการทำผนังภายในอาคาร



       4. ผนังกระจก กระจกมีทั้งประโยชน์ใช้สอยและความสวยงามอยู่ในตัวของวัสดุเอง กระจกเป็นวัสดุที่สามารถสร้างความรู้สึกได้ให้ความโปร่งโล่ง หรูหรา และนำสมัยได้ภายใต้พื้นที่เดียวกัน การดูแลรักษาไม่ยากเหมือนวัสดุอื่น ทนต่อการขีดข่วน การจะทำผนังกระจกใช้งบประมาณค่อนข้างสูง และจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังตั้งแต่การขนย้าย การติดตั้งจนถึงขณะใช้งาน ซึ่งก็มีกระจกหลายชนิดให้เลือกสำหรับทำผนัก หรือตกแต่งอาคาร อาทิ กระจกเงา กระจกใส กระจกฝ้า กระจก ตัดแสงยูวี กระจกสองชั้น กระจกลวดลายเป็นต้น สำหรับผนังควรเลือกใช้กระจกเทมเปอร์ คือกระจกที่ผ่านกรรมวิธีความร้อนสูง เวลาแตกจะแตกเป็นเม็ดเล็กๆ จับตัวกัน ไม่ร่วงหล่นออกมาจนเป็นอันตราย หรือกระจกลามิเนต เป็นกระจกที่ให้ความปลอดภัยสูงมากเมื่อเทียบกับกระจกประเภทอื่น เนื่องจากเป็น กระจกที่เคลือบยึดกลางแผ่นด้วยฟิลม์ ซึ่งเมื่อแตก กระจกจะยังถูกดึงไว้ด้วยฟิลม์ รอยแตกจะคล้ายกับใยแมงมุมร้าวไปทั้งแผ่น และไม่สามารถที่จะแตกทะลุแผ่นฟิลม์ได้ ถึงแม้กระจกจะมีทั้งความสวยงามและความน่าใช้ แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ดังนั้นต้องรู้จักเลือกใช้สอยให้ถูกกับชนิดของกระจก พื้นที่ และกาลเทศะ

Cr. https://www.applicadthai.com/art-inspire/วัสดุยอดฮิตปูพื้นและผนัง-เลือกใช้อย่างไรดี/

                                        ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=P-6zzn1d-Uc

จำหน่าย น้ำยากันลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม  

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว) 

ติดต่อเรา 

GMAIL    :  sureformove@gmail.com

LINE      :  http://nav.cx/3IqrJ4O

Powered by MakeWebEasy.com