หนูน้อยปลอดภัย…ภายในบ้าน

Last updated: Nov 30, 2019  |  104 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

หนูน้อยปลอดภัย…ภายในบ้าน

เมื่อวันหนึ่งเกิดมีสมาชิกในบ้านเพิ่มขึ้นมาสักคนเป็นเจ้าตัวเล็กส่งเสียงร้องไห้โยเยยามดึก เสียงนี้ละครับที่เป็นสิ่งบอกเตือนให้เรารู้ว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องเตรียมบ้านใหม่เพื่อเป็นที่อยู่ให้กับเจ้าตัวเล็กสมาชิกใหม่ที่เพิ่มขึ้นแต่บอกก่อนนะครับว่าบทความนี้อาจจะขัดแย้งกับสิ่งที่คุณเคยอ่านมาบ้าง
ส่วนใหญ่แล้วอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็กภายในบ้านนั้นมากกว่า 80% เกิดจากความซุกซนของเด็ก ๆ เอง ที่เหลือก็คือสิ่งที่เราไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น ก็เป็นหน้าที่ของเราละครับว่าเราจะสามารถป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นโดยการทำบ้านให้เป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยสูงสุดของเด็กได้มากแค่ไหน ซึ่งเราจะแบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ ภายในบ้าน เพื่อให้ง่ายในการเข้าใจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้ได้ง่ายขึ้น

หากลูกของคุณยังอยู่ในวัยแบเบาะตั้งแต่แรกเกิดถึง 1 ขวบครึ่ง คงไม่หนักใจเท่าไหร่ เพราะเราจะเห็นเขานอนอยู่ในเบาะและจะออกมาดูโลกภายนอกก็ต่อเมื่อเราอุ้มออกไปเท่านั้น แต่พอเริ่มคลานได้ เริ่มเดินเตาะแตะ ๆ เท่านั้นละคุณ อาจจะต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าเหมือนจับปูใส่กระด้งอย่างไรอย่างนั้น ไม่เชื่อถามคนที่มีลูกน้อยมาก่อนดูก็ได้

พูดถึงเรื่องของความปลอดภัยสำหรับลูกน้อยในบ้าน ส่วนที่คุณจะต้องจัดการเป็นอันดับแรก ๆ เลยก็คือ

1. เฟอร์นิเจอร์  ชั้นวางของ

      ว่ากันว่าเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 5 ขวบ จะเป็นช่วงที่สมองของเขานั้นมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เราจะเห็นว่าเด็ก ๆ จะซุกซนเป็นพิเศษ พยายามไขว่คว้า หยิบโน่นจับนี่เพื่อเรียนรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรใช้งานยังไง ทำอะไรได้บ้าง และดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีความสุข สนุกสนานเป็นพิเศษ และนี่ก็คือต้นเหตุอุบัติเหตุของเด็กในการหยิบจบเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ปืนป่ายจนของตกหล่นใส่และอีกมากมาย

     ดังนั้นในช่วงที่เจ้าตัวเล็กกำลังอยู่ในวัยเรียนรู้อย่างนี้เรามีแนวทางแก้ไขเรื่องนี้มาฝากคือ 

  • เครื่องใช้ที่วางในชั้นเฟอร์นิเจอร์ควรจัดเก็บใส่กล่องให้หมด หรือหากไม่เก็บอยากจะโชว์เอาไว้ ก็ควรติดกาวสองหน้าไว้ที่ฐานกันการหล่นโดยไม่ตั้งใจ แต่สิ่งของที่เด็ก ๆ สามารถเอื้อมมือถึง หรือสามารถลากเก้าอี้มาต่อได้ ควรจัดเก็บใส่ตู้ล็อกกุญแจให้เรียบร้อย
  • ยาและเวชภัณฑ์ ควรจัดเก็บให้ห่างจากเด็กให้มากที่สุด ล็อกใส่ตู้เอาไว้ยิ่งดี อย่าเผอเรอวางทิ้งเอาไว้ เพราะเขาอาจจะหยิบขึ้นไปมาใส่ปาก และอาจจะอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว
  • จัดเตรียมที่สำหรับเขาโดยเฉพาะ อย่างจานชามช้อนส้อม แก้วน้ำ ของเล่น หรือสิ่งที่เขาสามารถหยิบจับ ทำได้ด้วยตัวเอง ก็ควรนำเอามารวมกันไว้ในที่เดียวเป็นมุมของเขาโดยเฉพาะ เมื่อเวลาเขาต้องการก็จะคลานหรือเดินมาหยิบด้วยตัวเอง ไม่ต้องปีนป่ายจนเกิดอุบัติเหตุ
  • ข้าวของเครื่องใช้ ควรเลือกที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเด็ก มีขนาดที่ใหญ่พอสมควร หรือให้ใหญ่พอที่เด็กไม่สามารถกินได้ ก็อย่างที่บอกแต่แรกละครับว่าเด็กในช่วงนี้กำลังอยู่ในวัยเรียนรู เขาจะค่อย ๆ เรียนรู้ว่าอะไรที่กินได้กินไม่ได้ อะไรที่เล่นได้ ของชิ้นนี้ไว้ทำอะไร ซึ่งต้องอาศัยให้ผู้ปกครองคอยสอนให้เด็กได้เรียนรู้อย่างใกล้ชิด เราป้องกันได้อย่าปิดกั้นเขา ไม่ให้เขาได้เรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบข้าง เพราะเด็กถ้าได้เรียนรู้สิ่งรอบข้างได้มากเท่าไหร่เขาจะยิ่งฉลาด และรู้จักปรับตัวได้มากขึ้นเท่านั้น

      เคยมีปัญหาที่ว่าเด็กที่อาศัยอยู่บ้านชั้นเดียว พอโตขึ้นเด็กคนนี้มีปัญหาเดินขึ้นลงบันไดไม่เป็น ถ้าหากปล่อยไว้จนโตก็จะกลายเป็นคนที่ไม่กล้าทำอะไรนอกเหนือจากที่บ้านมี ควรพาเด็กออกนอกบ้านไปรู้จักสถานที่ใหม่ ๆ อย่างบ้านญาติ หรือสวนสนุกบ่อย ๆ เพราะสถานที่เหล่านี้จะเป็นตัวสอนให้เขารู้จักสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น และกล้าที่จะทำอะไรใหม่ ๆ

2.  ห้องครัวห้องที่น่าเรียนรู้

      ห้องครัว เราอาจจะเห็นว่าห้องครัวมีทั้งมีด เขียง เครื่องมือทำกับข้าว เตาแก๊ส และอีกมากมาย ที่ล้วนแล้วแต่เป็นอันตรายกับเด็ก ๆ ได้ทั้งนั้น แต่อย่างว่าละครับ ยิ่งปิดเด็กก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็น และยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้น วิธีจัดการง่าย ๆ ก็คือ

  • อย่างแรกก็คือ ให้เด็กได้เข้ามาเห็น และสัมผัสหยิบจับเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในครัว โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด และบอกว่านี่ไว้ทำอะไร อย่าเอาไปเล่นจะเป็นอันตราย เด็ก ๆ ก็จะได้เรียนรู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร และเป็นอันตรายหากนำไปเล่นโดยที่ไม่มีพ่อแม่อยู่ ที่สำคัญคือควรให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในการทำครัว จะช่วยเพิ่มทักษะกระบวนการเรียนรู้ให้กับเขามากขึ้น แถมเรายังจะได้ลูกมือในครัวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน
  • ข้อต่อมา สืบเนื่องจากข้อแรก หลังจากที่เราให้พวกเขาได้เรียนรู้เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ในครัวแล้ว เจ้าตัวเล็กอาจนึกสนุกหยิบมีดจริงมาเล่นทำกับข้าวพ่อแม่ลูกจนเกิดอันตรายได้ ดังนั้นมีดควรเก็บไว้อย่างมิดชิด แต่อย่าเก็บไว้บนชั้นสูง ๆ เชื่อเถอะว่าสูงแค่ไหนเขาก็เอาลงมาได้ แต่จะเอามาในแบบปกติหรือเปล่าเท่านั้น
  • เตาแก๊สควรเลือกหัวเตาแบบพิเศษที่ล็อกได้หรือเปิดได้ยากกว่าปกติ ป้องกันเด็กแอบเปิดเล่น 

3.    ห้องน้ำ ห้องแสนสนุก

      ห้องน้ำ หรืออาจจะเรียกว่าเป็นที่เล่นน้ำของหนูน้อยก่อนเข้านอน แหม! ก็มันเย็นดีนี่ฮับคุณแม่… เป็นเรื่องไม่ยากในการสร้างความปลอดภัยให้กับเด็ก ๆ ในห้องน้ำ โดยให้เริ่มกันที่

  • ปูพื้นกันลื่น ข้อนี้สามารถนำไปใช้ได้สำหรับทุกวัยครับ ซึ่งกระเบื้องแบบกันลื่นนี้ควรจะมีในทุกบ้าน เพราะอุบัติเหตุเรื่อง พื้นลื่น นี้เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ บางรายหนักถึงขั้นหมดสติเสียชีวิตก็มี
  • ชั้นวางของเตี้ย ๆ ในกรณีนี้ใช้กับเด็กที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว เราอาจจะพบว่าเด็กในวัยประมาณ 4-6 ขวบขึ้นไป เริ่มที่จะอยากอาบน้ำเองในบางครั้ง ชั้นวางเครื่องใช้เตี้ย ๆ จะเป็นการเสริมให้เด็ก ๆ สนุกกับการอาบน้ำมากขึ้น แต่ที่สำคัญเพื่อความปลอดภัยก็ไม่ควรปล่อยให้ลูกน้อยอยู่ในห้องน้ำคนเดียว เพราะเด็กอาจจะจมน้ำ หรือลื่นล้มได้ทุกเวลา

4. เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องระวัง

     เครื่องใช้ไฟฟ้า ถึงจะให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้วิธีใช้และอันตรายยังไง ก็ยังเป็นสิ่งที่เราต้องระวังจากการใช้อยู่ดี

  • เต้าเสียบ การวางตำแหน่งเต้าเสียบสายไฟนั้น ควรติดตั้งให้สูงจากพื้นอย่างน้อย 2 ฟุตขึ้นไป ประการแรกคือ ป้องกันเวลาน้ำท่วมแบบไม่คาดคิด ประการที่สองก็คือ ป้องกันเด็กเล็กเอานิ้วแหย่เล่น หากว่าบ้านของคุณติดตั้งเต้าเสียบไว้ต่ำ ๆ แนะนำว่าควรเปลี่ยนเต้าเสียบแบบใหม่เป็นแบบฝาปิดล็อก ซึ่งสามารถหาได้ตามร้านขายเครื่องใช้ภายในบ้านทั่วไป
  • พัดลม เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกตัวหนึ่งที่เราควรระมัดระวังเด็กจะแหย่นิ้วเข้าไปเล่น พัดลมที่ใช้จึงควรมีตะแกรงถี่ ก็จะช่วยป้องกันเด็กเอานิ้วแหย่เล่นได้
  • สายดิน สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกบ้านควรมีเช่นกันครับ นอกจากเพิ่มความปลอดภัยให้เด็กแล้ว ตัวคุณเองก็ยังปลอดภัยด้วยเช่นกัน

     เราจะเห็นได้ว่าสิ่งสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับเด็กภายในบ้านนั้น นอกจากที่เราจะต้องจัดเก็บสิ่งที่อาจเป็นอันตรายกับเด็กแล้ว เรายังจะต้องสอนให้เขาเรียนรู้ว่าสิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้านนั้นใช้งานได้อย่างไร และเป็นของที่เล่นได้ หรืออย่านำไปเล่น ให้เขารู้จักและเรียนรู้การป้องกันด้วยตัวเขาเอง เพื่อสร้างนิสัยในการระมัดระวังการใช้สิ่งของ อย่าขู่ให้เด็กกลัวของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะสิ่งที่คุณขู่จะมีผลกับอนาคตของเด็กให้เขากลัวในสิ่งนั้นอย่างไม่คาดคิด สิ่งสำคัญคือต้องให้เด็ก ๆ นั้นเรียนรู้ในเรื่องของความปลอดภัยด้วยตัวเขาเองอีกทางหนึ่งด้วย

…เพียงเท่านี้หนูน้อยน่ารักก็จะปลอดภัยในบ้านอันแสนสุขกันแล้วละครับ…

โพสต์ทูเดย์
วันพฤหัสที่ 21  ตุลาคม  2547

ที่มา : https://www.clinicdek.com/archives/296

                                              ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=bi6VYRXXa1c

จำหน่าย น้ำยากันลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว) 

ติดต่อเรา 

GMAIL  :  sureformove@gmail.com

LINE    : http://nav.cx/3IqrJ4O  

    

Powered by MakeWebEasy.com