การผลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ (ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม)

Last updated: Nov 30, 2019  |  92 จำนวนผู้เข้าชม  |  ้health

การผลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ (ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม)

การผลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ (ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม) 

  • การพลัดตกหกล้ม เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองในกลุ่มของการบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ รองจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน 
  • ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มประมาณปีละ 424,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 1,160 คน 
  • ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากการผลัดตกหกล้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 
  • ปี พ.ศ. 2557 มีผู้เสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มสูงถึง 2,007 คน หรือเฉลี่ยวันละ 6 คน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ มากถึง 909 คน หรือเฉลี่ยวันละ 3 คน
  • สาเหตุของการพลัดตกหกล้มส่วนใหญ่จากพื้นลื่น สะดุดสิ่งกีดขวาง การเสียการทรงตัว พื้นต่างระดับ หน้ามืดวิงเวียน และสาเหตุจากสิ่งแวดล้อม เช่น ถูกกระแทก ตกบันได เป็นต้น 
  • การพลัดตกหกล้มป้องกันได้...ใส่ใจผู้สูงอายุ และจัดการสิ่งแวดล้อม 

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

1. ปัจจัยเสี่ยงด้านร่างกาย และความสามารถที่ลดลง เช่น การมอง การเดิน การทรงตัว การรับรู้ และการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น ไขข้ออักเสบ กระดูกพรุน ภาวะซึมเศร้า สมองเสื่อม เบาหวาน หลอดเลือดสมอง และพาร์กินสัน เป็นต้น 
2. ปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรม เช่น การใช้ยาที่เสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม (ได้รับยากลุ่มต่างๆ ต่อไปนี้ 1 ชนิดขึ้นไป) ได้แก่ ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาลดความดันโลหิต และยาขับปัสสาวะ หรือได้รับยาตั้งแต่ 4 ชนิดขึ้นไป (ไม่รวมวิตามิน) การดื่มแอลกอฮอล์ที่เกินพอดี ขาดการออกกำลังกาย การสวมใส่รองเท้าและเสื้อผ้าที่ไม่พอดี เป็นต้น
3. ปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เช่น พื้นและบันไดลื่น พื้นต่างระดับ ไม่เรียบ แสงสว่างไม่เพียงพอ มีสิ่งกีดขวาง ไม่มีราวจับบริเวณบ้าน บันไต และห้องน้ำ เป็นต้น
4. ปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น รายได้และระดับการศึกษาสัมพันธภาพในสังคม และการเข้าถึงการบริการสุขภาพและสังคมน้อย รวมถึงขาดการสนับสนุนจากชุมชน

การป้องกันการผลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ

  • ตัวผู้สูงอายุ

ได้รับการประเมินความเสี่ยง ต่อการผลัดตกหกล้มและรู้สถานะความเสี่ยงสุขภาพของตนเอง 

ฝึกการเดินและออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เน้นฝึกการทรงตัวและการเคลื่อนไหว เช่น โยคะ ไทเก๊ก เป็นต้น 

ควรเปลี่ยนท่าช้าๆ เพื่อป้องกันภาวะความดันตกในท่ายืน ขณะลุกนั่งหรือยืนทุกครั้ง

ควรใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน กรณีที่มีความบกพร่องในการเดินหรือการทรงตัว เช่น โครงเหล็กช่วยเดิน ไม้เท้า เป็นต้น

สวมใส่เสื้อผ้า ควรสวมรองเท้าที่มีขนาดพอดี รองเท้าส้นเตี้ย ขอบมน หุ้มส้น พื้นรองเท้าควรมีดอกยางไม่ลื่น

ปรึกษาเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำเดี่ยวกับการใช้ยา การมองเห็น การเดิน การทรงตัวและการเคลื่อนไหว 

เข้ารับการรักษา หากมีอาการผิดปกติจากการเจ็บป่วยและโรคประจำตัว 

หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่จำเป็น และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชทุกครั้ง

  • สิ่งแวดล้อม

1. ที่พักอาศัย ผู้สูงอายุควรอาศัยในบ้านชั้นเดียว กรณีบ้าน 2 ชั้น ควรจัดให้ผู้สูงอายุอยู่ชั้นล่าง 

2. สวิตซ์ไฟ ควรอยู่ในระดับสูงจาพื้น 120 เซนติเมตร และปลั๊กไฟควรอยู่สูง 35-90 เซนติเมตร 
3. บันไดมีราวจับ 2 ข้าง สูงจากพื้น 80 เซนติเมตร บันไดลูกตั้งสูงไม่เกิน 15 เซนติเมตร ลูกนอนไม่น้อยกว่า 28 เซนติเมตร มีแถบสีบอกขั้นบันไดที่ชัดเจน และไม่ลื่น
4. ห้องนอนควรใช้เตียงที่มีความสูง ระดับข้อพับเข่า (40-45 เซนติเมตร) เพื่อให้ลุกขึ้นได้สะดวก
5. ความสูงของโต๊ะหรือที่ทำครัว ควรสูงประมาณ 85-90 เซนติเมตร สามารถหยิบอุปกรณ์ได้ง่ายสะดวก ไม่ต้องก้ม เอื้อม และปีน ฯลฯ 
6. ห้องน้ำ ควรอยู่ติดกับห้องนอน พื้นไม่ลื่น มีความลาดเอียงเพียงพอไปยังท่อระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำขัง มีราวจับ มีที่นั่งสำหรับอาบน้ำ สูง 40-45 เซนติเมตร ใช้โถส้วมแบบชักโครกหรือนั่งราบ ไม่มีธรณีประตู และผู้สูงอายุไม่ควรใส่กลอนประตูขณะใช้ห้องน้ำ
7. มีแสงสว่างเพียงพอ ทั้งในบ้านและบริเวณบ้าน โดยเฉพาะบริเวณทางเดิน บันได และห้องน้ำ
8. พื้นและทางเดิน เรียบเสมอกัน ไม่ลื่น ไม่เปียก ไม่มีสิ่งกีดขวาง หลีกเลี่ยงการยกระดับสูงต่ำไม่เท่ากัน ไม่ควรมีธรณีประตู และประตูควรใช้ลูกบิดหรือมือจับประตูแบบก้านโยกและเป็นประตูแบบบานเลื่อน

ร่วมกันทำ...ป้องกันได้ 

  • ประชาชน หรือคนในครอบครัว

1. ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเข้ารับการประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มและรู้สถานะความเสี่ยงสุขภาพของตนเอง

2. ปรึกษาเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อขอรับคำแนะนำ เกี่ยวกับ การใช้ยา ความผิดปกติในการมองเห็น การเดิน การทรงตัวและการเลื่อนไหว 
3. สำรวจสิ่งแวดล้อม หรือจุดเสี่ยงบริเวณบ้าน และในบ้าน เช่น พื้นทางเดิน ห้องน้ำ ห้องนอน ฯลฯ 
4. เข้าร่วมและสนับสนุนกิจกรรมหรือโครงการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชน เช่น การออกกำลังกาย แบบไทเก็ก โยคะ การรำมวยจีน การเดิน ว่ายน้ำ เป็นต้น

  • องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน

1. สำรวจสิ่งแวดล้อมหรือจุดเสี่ยงในชุมชน เช่น พื้นทางเดิน ถนน ที่สาธารณะ ฯลฯ และปรับปรุงแก้ไขสิ่งแวดล้อมหรือจุดเสี่ยงนั้นๆ 

2. กำหนดนโยบายสาธารณะและจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่กการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ 
3. สนับสนุนกิจกรรมหรือโครงการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชน เช่น การออกกำลังกาย แบบไทเก๊ก โยคะ การรำมวยจีน การเดิน ว่ายน้ำ เป็นต้น

  • เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรสาธารณสุข

1. ประเมินความเสี่ยงและปัจจัยที่ก่อให้เกิดการพลัดตกหกล้ม และแจ้งสถานการณ์ความเสี่ยงสุขภาพให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรประจำตัว และผู้ที่สนใจ

2. ให้ความรู้ในเรื่องปัจจัยเสี่ยง และแนวทางการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้งสูงอายุแก่ประชาชน
3. จัดกิจกรรมหรือมีแผนงานโครงการ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยง 
4. ร่วมสำรวจจุดเสี่ยงในชุมชน และให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไขจุดเสี่ยง

ที่มา : https://www.ssoratana.com/index.php?page=article-view-detail&id=2

                                               ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=7M7EYNlIwsE

จำหน่าย น้ำยากันลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว) 

ติดต่อเรา 

GMAIL    :  sureformove@gmail.com

LINE      : http://nav.cx/3IqrJ4O 

    

Powered by MakeWebEasy.com