เลือกวัสดุให้เหมาะสมกับ 8 วัสดุปูพื้นภายในตัวบ้าน

Last updated: Nov 30, 2019  |  264 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

เลือกวัสดุให้เหมาะสมกับ 8 วัสดุปูพื้นภายในตัวบ้าน

           พื้นบ้านนับเป็นส่วนประกอบที่โดดเด่นส่วนหนึ่งของตัวบ้าน เพราะจะปรากฎให้เห็น อยู่ทั่วไปทุกห้อง การปูพื้นจึงเป็นงานที่มี ลักษณะกึ่งงานตกแต่งกึ่งงาน ก่อสร้าง พื้นบ้านสามารถสะท้อนให้เห็นถึงฐานะและความมีรสนิยมของเจ้าของบ้าน โดยดูจากวัสดุปูพื้น ที่เลือกใช้ และสามารถแสดงให้เห็นถึง งานสร้างสรรค์ ทางศิลปะโดยดูจากการออกแบบและความประณีตในการทำ จึงไม่น่าแปลกใจที่ จะพบว่าเจ้าของบ้านบางรายมีความพิถีพิถัน อย่างมากในการเลือก ใช้วัสดุปูพื้น ตลอดจนถึงการเลือกช่างที่มีฝีมือ และความชำนาญในการ ปูพื้นชนิดต่างๆ

          นอกจากการมองในด้านของความสวยงามแล้ว เนื่องจากพื้นที่หรือบริเวณต่างๆ ในตัวบ้านจะมีลักษณะการใช้สอยที่แตกต่างกัน ฉะนั้นการเลือกใช้วัสดุ ปูพื้น ให้เหมาะสมกับการใช้สอยในแต่ละห้องแต่ละจุดจึงเป็นสิ่งที่ควรจะให้ความสำคัญ เช่นเดียวกัน มิใช่จะมอง แต่ด้านความสวยงามเพียงด้านเดียว เพราะการเลือก ใช้วัสดุปูพื้นที่เหมาะสมนอกจากจะช่วยให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานแล้วยังช่วย เพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้อยู่อาศัยอีกด้วย

วัสดุที่ใช้ปูพื้น

          วัสดุที่ใช้ในการปูพื้นตามท้องตลาดมีอยู่มากมายหลายชนิด โดยแต่ละชนิดจะให้ความสวยงาม ประโยชน์ในการใช้สอย และ ราคาที่แตกต่างกันออกไป ในที่นี้จะกล่าวถึงวัสดุชนิดต่างๆ ที่ใช้ในการปูพื้นที่นิยมใช้กันโดยทั่วไป คุณสมบัติของวัสดุปูพื้นแต่ละชนิด ทั้งในแง่ของความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย ตลอดจนหลักการเลือกใช้วัสดุชนิดต่างๆ ว่าควรจะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอะไรบ้าง อันเป็นแนวทางในการตัดสินใจ เพื่อให้ได้ของที่ดีและเหมาะสม กับความต้องการของแต่ละคน วัสดุปูพื้นที่นิยมใช้กันทั่วไปในปัจจุบันอาจแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ดังนี้



1. พื้นพรม : นิยมใช้ในห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องนอน
ข้อดี: ให้ความรู้สึก หรูหรา นุ่มนวล สวยงาม ติดตั้งง่าย แต่ดูแลรักษายากและมีอายุการใช้งานสั้นจึงเหมาะสำหรับพื้นที่ต้องการเปลี่ยน บรรยากาศบ่อย ๆ
ข้อเสีย: เป็นวัสดุที่ติดไฟง่าย เป็นเชื้อไฟได้อย่างดี



2.พื้นไม้จริง/ไม้แผ่น (Solid Wood): นิยมใช้ปูห้องนอน และพื้นชั้นสองขึ้นไป
ข้อดี: สวย อบอุ่น แข็งแรงทนทาน สีสันสวยงาม เป็นธรรมชาติ ดูดี มีราคา รื้อเปลี่ยนเฉพาะแผ่นที่มีปัญหา
ข้อเสีย: หากมีความชื้นอาจโดนปลวกกิน งบน้อยสีก็มีน้อย มีโอกาสยืด หด บิด แอ่น ตามสภาพอากาศ



3. พื้นไม้ปาร์เก้ : นิยมใช้ปูห้องนอน และพื้นชั้นสองขึ้นไป
ข้อดี: ชิ้นไม้เล็กๆที่ทำมาจากไม้จริง มีขนาดเล็กกว่า ราคาย่อมเยา
ข้อเสีย: สีของลายไม้ ไม่ค่อยสวย  รื้อแล้วเสียเลย  เอากลับมาใช้ใหม่ไม่ค่อยได้ แช่น้ำท่วมเป็นเดือนไม่ได้

  • ไม้แดง : นิยมทำเป็นไม้ปาร์เก้ เป็นไม้เนื้อแข็ง รองรับน้ำหนักดี ไม่ยุบตัวง่าย ข้อเสียคือ มีสีเข้มไปสักนิด ทำให้มองเห็นลายไม้ไม่ชัดเจน เนื้อไม้ขยายตัวได้ง่าย ราคาไม่สูงมากนัก
  • ไม้มะค่า : เป็นไม้คุณภาพดีที่สุดในการทำไม้ปาร์เก้ เนื้อแข็ง รับน้ำหนักได้ดีมาก ลายไม้สวยงาม มองเห็นชัด เนื้อไม้เหนียว ไม่เปราะ หรือขยายตัวได้ง่าย ราคาสูงกว่าไม้แดง
  • ไม้สัก : เป็นไม้ที่นิยมน้อยสุดในการทำไม้ปาร์เก้ เนื้อไม้สีอ่อน รับน้ำหนักได้ไม่ค่อยดี เกิดรอยขีดข่วนง่าย หายาก ราคาสูง แต่มีลายสวยงาม ปลวกไม่ขึ้น

4. พื้นไม้ลามิเนต : วัสดุสังเคราะห์ใกล้เคียงกับไม้จริง เป็นวัสดุปูพื้นที่มาทดแทนไม้ปาร์เก้ และไม้จริง โดยมีข้อดีกว่าด้วยคุณสมบัติที่เป็นจุดเด่นดังนี้

  • เวลาการติดตั้งที่รวดเร็วกว่า
  • ผิวหน้าสามารถทนทาน ต่อรอยขูดขีด แรงกดกระแทกได้ดีกว่า
  • สามารถเลือกสีผิวหน้าให้เป็นลวดลายที่ต้องการได้ ในขณะที่ไม้ปาร์เก้มีตาไม้จริง ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
  • ผิวหน้าไม่ทำให้ลื่นล้ม
  • สามารถทนความร้อนได้ในระดับหนึ่ง ทนต่อสารเคมี และไม่ติดไฟ
  • พื้นไม่เก็บฝุ่นและเชื้อโรค ต่างจากพรม และกระเบื้อง
  • ทำความสะอาดได้ง่าย
  • เหมาะกับการใช้งานในร่ม ที่อยู่อาศัย ร้านค้า ห้องประชุม ทั้งนี้ควรเลือกรุ่นความแข็งแรงให้เหมาะสม
  • สามารถปูซ้ำใหม่ได้ทันทีหากต้องการโยกย้าย

ข้อเสีย : ไม่สามารถทำการขัดสีผิวหน้าของพื้นไม้ลามิเนตออกแล้วย้อมสีใหม่เหมือนกับไม้ จริง และอายุการใช้งานน้อยเพียง 10-15 ปี


5. พื้นหิน
ข้อดี : ความแข็งแรงทนทาน ดูแลรักษาง่าย
ข้อเสีย : ให้ความรู้สึกที่แข็งกระด้างไม่นุ่มนวล เกิดริ้วรอย และเปรอะเปื้อนได้ง่าย มีปัญหาเรื่องความลื่นเมื่อถูกน้ำและราคาที่ค่อนข้างสูง

  • พื้นหินแกรนิต: นิยมปูพื้นที่ชั้น1 ที่มีการใช้งานเยอะ หินแกรนิตใช้ทั้งภายนอกและภายใน ทนมากกว่าหินอ่อน
  • พื้นหินอ่อน : นิยมปูพื้นที่ชั้น1 ที่มีการใช้งานเยอะ หินอ่อนนิยมใช้ภายใน
  • พื้นหินขัด :ไม่นิยมใช้กับบ้านเรือน นิยมในสถาที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน

6. พื้นกระเบื้อง: มีให้เลือกหลายแบบหลายราคา ทำความสะอาดง่าย กันน้ำได้ดี

  • พื้นกระเบื้องเคลือบ/เซรามิค : นิยมใช้กับพื้นที่มีโอกาสเปียกน้ำ หรือ โดนความชื้นบ่อยๆ เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ ไม่เหมาะสำหรับการใช้ปูห้องนอน
  • พื้นกระเบื้องยาง : นิยมใช้ในส่วนที่เจอน้ำบ่อยๆ เช่น ห้องครัว หน้าห้องน้ำ หรือ ใช้กับพื้นสำนักงานมากกว่า

7. พื้นคอนกรีตบล็อก :นิยมใช้ปูภายนอกตัวบ้าน


8. พื้นอีพ็อกซี่: เป็นสารที่ใช้เคลือบผิวพื้นปูนอีกที ปกป้องรักษาพื้นผิวไม่ให้แตกร้าว มีคุณสมบัติพิเศษคือ พื้นไร้รอยต่อ แข็งแกร่งรับน้ำหนักได้ดีทนทานต่อกรด ด่าง และสารเคมีทุกชนิด ปราศจากฝุ่น ทำความสะอาดง่าย ไม่เป็นเชื้อรา มีหลายสีให้เลือกและทำผิวได้หลายแบบทั้ง ผิวเรียบมัน ผิวหยาบ ผิวมันเงาและผิวด้าน มักใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดิบ เท่ห์ ปัจจุบันก็มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นทั้งในบ้านและสำนักงาน

การเลือกวัสดุปูพื้นให้เหมาะกับลักษณะห้อง

 


1. ห้องครัว

วัสดุที่นำมาปูพื้นห้องครัว ควรเป็นวัสดุที่มีความทนทานและทำความสะอาดง่าย เช่น เสื่อน้ำมัน กระเบื้องเซรามิก หรือไม้ เพราะเสื่อน้ำมันจะราคาถูกทำความสะอาดง่ายและมีลายหลากหลายแบบให้เลือก ส่วนกระเบื้องเซรามิกจะมีความทนทานกว่าเสื่อน้ำมัน สามารถทำความสะอาดได้ง่าย และเกิดรอยขีดข่วนยาก แต่อย่างไรก็ตามข้อจำกัดของกระเบื้องเซรามิกก็ยังมีอยู่ นั่นก็คือถ้าปูบนพื้นที่มีโครงสร้างไม่แข็งแรง กระเบื้องจะแตกได้ง่าย ในกรณีที่เป็นบ้านเก่าควรจะปรับโครงสร้างของพื้นให้แข็งแรงก่อนปูซ้ำด้วยกระเบื้อง ส่วนพื้นไม้นั้นควรใช้พื้นไม้เนื้อแข็งเพราะมีความแข็งแรงทนทานและสามารถรับน้ำหนักได้มาก แต่มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการใช้พื้นไม้คือ ควรเคลือบหน้าไม้ป้องกันรอยขีดข่วนและความชื้น แต่ถ้าหากใครจะปูพื้นด้วยหินอ่อน แนะนำว่าควรจะให้ช่างมาปูให้เพราะมีกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก



2. ห้องน้ำ

การใช้สีพื้นในห้องน้ำ ควรจะเป็นสีโทนสว่าง ส่วนวัสดุที่นิยมนำมาใช้ ได้แก่ กระเบื้องเซรามิก หินปูน หินอ่อน และแกรนิต โดยวัสดุแต่ละชนิดจะแตกต่างในด้านราคาและวิธีการปู ซึ่งกระเบื้องเซรามิกและไวนิลจะมีกระบวนการที่ง่ายที่สุด สามารถทำเองได้ หากเปรียบเทียบในด้านความแข็งแรงกระเบื้องเซรามิกจะใช้งานได้ทนทานกว่าไวนิล แต่ราคาก็ย่อมสูงกว่าเช่นกัน แต่หากคิดจะใช้กระเบื้องเซรามิกไม่ควรปล่อยให้พื้นเปียก โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ เพราะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย



3.ห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่นจะใช้เป็นสถานที่ผ่อนคลายของสมาชิกในบ้านและรับแขก ส่วนมากแล้วจะนิยมตกแต่งในรูปแบบและสไตล์ที่ตนเองชอบ เป็นห้องที่สามารถนำวัสดุมาปูพื้นได้ทุกประเภท แต่แนะนำให้เป็นพื้นเซรามิก เพราะมีความคงทนและสวยงามและหรูหรา มีลวดลายและสไตล์ที่หลากหลาย



4.ห้องนอน

สำหรับห้องนอนแล้วพื้นไม้จะเหมาะสมที่สุด เพราะแข็งแรงทนทานให้สัมผัสที่สบายกว่าพื้นกระเบื้อง และสำหรับในกรณีห้องของเด็กและผู้มีอายุควรจะใช้พื้นไม้หรือไม่ก็พรม ถ้าใช้พรมไม่ควรใช้โทนสีสว่างควรเป็นสีอบอุ่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้อยู่ต้องการบรรยากาศแบบใด

วัสดุปูพื้นนั้นมีให้เราเลือกหลากหลาย บางประเภทก็เหมาะเฉพาะพื้นที่ บางประเภทเหมาะกับงานภายนอกบ้าน หรือภายในบ้าน ดังนั้นก่อนเลือกใช้วัสดุปูพื้นเราควรศึกษาคุณสมบัติต่างๆให้ละเอียด และปัจจุบันก็มีวัสดุใหม่ๆที่ถูกผลิตขึ้นทุกวัน ซึ่งก็มีความแปลกใหม่แตกต่างกันไป แต่ในการจะนำมาใช้ในบ้านเราให้เหมาะสมนั้น ก็ต้องศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจนำมาใช้ นอกจากนั้นยังต้องหมั่นดูแลรักษาให้ถูกวิธี เพื่อให้พื้นสวยสะอาดอยู่กับบ้านเราไปนานๆ

ที่มา : http://www.nhconcept.com/blog/เลือกวัสดุให้เหมาะสมกั/

                                                         ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=ZvcaLUO8rOk

จำหน่าย น้ำยากันลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว) 

ติดต่อเรา 

GMAIL  :  sureformove@gmail.com

LINE    :  http://nav.cx/3IqrJ4O   

Powered by MakeWebEasy.com