เลือกฉนวนกันร้อนแบบไหนดี

Last updated: Nov 30, 2019  |  32 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

เลือกฉนวนกันร้อนแบบไหนดี

ที่มา : https://www.baanlaesuan.com/98188/maintenance/roof_cool

สำหรับทางออกในช่วงหน้าร้อนนี้ ที่จะทำให้บ้านของเราเย็นลงได้นั้นคือติด ฉนวนกันความร้อน ให้บ้าน

การช่วยให้บ้านเย็นนั้นทำได้หลายอย่าง อาทิ การปลูกต้นไม้ใหญ่รอบๆ บ้าน ติดตั้งกันสาด และเลือกติดฟาซาดกับผนังอาคาร แต่อีกวิธีหนึ่งที่เป็นวิธีกันความร้อนเข้าสู่อาคารได้ดี คือการติด ฉนวนกันความร้อน นั่นเอง

ฉนวนกันร้อนแบบต่างๆ 

ฉนวนกันร้อน คือวัสดุกันความร้อนให้กับอาคาร ติดตั้งได้ทั้งบ้านเก่าและบ้านใหม่ ใช้งบไม่มากมายจึงมักเป็นทางเลือกแรกๆ โดยตำแหน่งที่ติดตั้งมี2 ส่วนคือ ฝ้าเพดาน ซึ่งทำหน้าที่กันความร้อนจากหลังคาบ้านโดยตรง และอีกส่วนคือผนังบ้านซึ่งทำหน้าที่กันความร้อนและเก็บความเย็นภายในบ้าน ทั้งยังช่วยดูดซับเสียงรบกวนจากภายนอกด้วย

9 ข้อแนะนำ จัดการบ้านรับหน้าร้อน

รูปแบบการติดตั้งฉนวนกันร้อน

 

1 | ติดตั้งบนฝ้า สำหรับฉนวนแบบม้วนวางบนฝ้าเ พดาน ที่นิยมคือพอลิเอทิลีนโฟม,พ อลิเอทิลีน บับเบิลฟอยล์, พอลิยูรีเทนโฟม และฉนวนใยแก้วจะมีความหนาแล ะหุ้มด้วยวัสดุกันความชื้นอ ย่างแผ่นฟอยล์ ช่วยหน่วงความร้อนไม่ให้สะส มในส่วนใต้หลังคาแต่ต้องมีช ่องระบายความร้อนออกตรงฝ้าช ายคาบ้านด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนสะส มใต้หลังคามากเกินไป

2 | ติดตั้งใต้แผ่นหลังคา ฉนวนที่ติดตั้งใต้แผ่นหลังค าได้แก่ ฉนวนใยแก้วแบบแผ่น อะลูมิเนียมฟอยล์ พอลิเอทิลีนโฟม,พอลิเอทิลีน  บับเบิลฟอยล์ และฉนวนชนิดฉีดพ่น พอลิยูรีเทนโฟมและเยื่อกระด าษ ทำหน้าที่หน่วงความร้อนไม่ใ ห้เข้าสู่ใต้หลังคา ฉนวนแบบนี้ต้องติดตั้งไปพร้ อมๆ กับสร้างหลังคาตั้งแต่สร้าง บ้าน ในเมืองไทยยังไม่เป็นที่นิย ม แต่การติดตั้งใต้แผ่นหลังคา สามารถกันความร้อนได้ดีที่ส ุด

3 | ติดตั้งบนหลังคา ฉนวนที่ติดตั้งบนแผ่นหลังคา ได้แก่ สีสะท้อนความร้อน ซึ่งจะสะท้อนความร้อนไม่ให้ เข้าสู่ใต้หลังคาบ้าน การติดตั้งแบบนี้แนะนำให้ใช ้เป็นตัวเสริมกับการติดตั้ง ฉนวนแบบอื่นๆ เนื่องด้วยการทาสีมีพื้นผิว ที่บางและหากเกิดคราบสกปรกป ระสิทธิภาพการสะท้อนแสงจะลด ลง

ประเภทของวัสดุฉนวนกันความร้อน
ทางเลือกที่หลากหลายและมีนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นอยู่เสมอ เช่นเดียวกับฉนวนกันร้อนที่มีให้เลือกหลายชนิด หากแบ่งตามคุณสมบัติ ฉนวนกันร้อนจะมี 2 หน้าที่ด้วยกันคือดูดซับความร้อน และสะท้อนความความร้อน ซึ่งแต่ละวัสดุก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป ในท้องตลาดแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ แบบแผ่น และแบบพ่น ดังนี้

ฉนวนกันความร้อนแบบแผ่น
ติดตั้งได้ง่ายอย่างปูบนฝ้าเพดาน ติดในโครงผนังเบา ติดบนแป หรือติดใต้จันทัน ลักษณะของฉนวนกันร้อนประเภทนี้จะจำหน่ายเป็นม้วน มีความหนาและค่ากันความร้อนแตกต่างกัน ขนาดความยาวต่อม้วนและราคาจะแตกต่างกันตามวัสดุด้วย ฉนวนในกลุ่มนี้ได้แก่

1 ฉนวนใยแก้ว (Fiber Glass) เป็นประเภทฉนวนกันร้อนที่ได้ยินชื่อบ่อยๆและมีจำหน่ายในท้องตลาดหลากหลายยี่ห้อ ลักษณะของฉนวนใยแก้วจะเป็นแผ่นหนาหุ้มด้วยแผ่นฟอยล์ ซึ่งภายในประกอบไปด้วยใยแก้วเส้นเล็กที่ประสานตัวเกิดเป็นช่องโพรงอากาศซึ่งทำหน้าที่เก็บความร้อนไว้ภายในนั่นเอง ทั้งยังช่วยดูดซับเสียง ไม่ลุกติดไฟ ติดตั้งง่าย มีทั้งแบบม้วนและแบบแผ่น และมีหลายยี่ห้อให้เลือกซึ่งราคาและคุณภาพใยแก้วก็แตกต่างกันออกไปด้วย

2 อลูมิเนียม ฟอยล์ (Aluminium Foil) เราอาจจะเคยใช้แผ่นฟอยล์สำหรับห่ออาหารเพื่อป้องกันไม้ให้อาหารไหม้ขณะปิ้งย่าง การป้องกันความร้อนให้บ้านก็เช่นกัน แผ่นอลูมิเนียมฟอยล์เป็นวัสดุที่ช่วยสะท้อนความร้อนออกจากตัวบ้าน ซึ่งถูกทำให้หนาขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนและรังสียูวี มีลักษณะเหนียวคงทน ไม่ขาดง่าย

ฉนวนกันร้อน PU Foam ภาพจาก http://tpifoam.com/

3 โพลียูรีเทน โฟม (Polyurethane Foam) หรือโฟม PU เรียกกันง่ายๆ ว่าโฟมเหลือง เกิดจากเทคโนโลยีการฉีดโฟมเพื่อป้องกันความร้อนและได้รับการยอมรับว่ามีค่าสัมประสิทธิ์การส่งผ่านความร้อน (Thermal Conductivity) ต่ำสุดเพียง0.019 kcal/m.h Oc โฟมชนิดนี้เหมาะสำหรับใช้ในทำโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ มีคุณสมบัติป้องกันน้ำและความชื้น กันเสียงได้ดี แต่ก็เสื่อมสภาพได้ง่ายหากสัมผัสกับอุณหภูมิที่สูงเกินไป PU มีทั้งแบบแผ่นและแบบพ่น สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม

4 โพลีเอธิลีน โฟม (Polyethylene Foam) หรือโฟม PE เป็นอีกรูปแบบฉนวนกันร้อนที่ถูกเลือกมาใช้ในบ้าน ด้วยราคาที่ต่ำกว่าฉนวนใยแก้ว ลักษณะของโฟม PE เป็นแผ่นเหนียวนุ่มมีความหนา หุ้มด้วยแผ่นฟอยล์บางๆ เคลือบผิวอีกชั้น ต้านทานความร้อนได้ดี มีน้ำหนักเบา เหนียว และทนต่อแรงกระแทกได้ดี

ภาพจาก http:www.addboxz.com/MateriaIPS

5 โพลีสไตรีน โฟม (Polystyrene Foam) หรือโฟม PS หรือ EPS เรียกกันง่ายๆว่าโฟมขาว สามารถกันได้ทั้งความร้อนและความเย็น ในท้องตลาดมีจำหน่ายในแบบแยกแผ่นและเป็นฉนวนโฟมที่ติดคู่กับแผ่นยิปซัม เป็นวัสดุน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย จึงทำให้การติดตั้งสะดวกและรวดเร็ว สามารถทำเป็นฝ้าเพดานชั้นใต้หลังคาได้โดยไม่ต้องมีฉนวนอื่นเพิ่ม ช่วยลดขั้นตอนในการในการก่อสร้างได้จึงนิยมติดตั้งตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างบ้าน

ฉนวนกันความร้อนแบบพ่น
เป็นฉนวนที่ใช้พ่นบนวัสดุอีกชิดเพื่อทำหน้าที่กันความร้อน อย่างเช่นแผ่นหลังคาบ้าน ฝ้าเพดาน และผนังห้อง อายุการใช้งานยาวนาน ซึ่งแบ่งชนิดได้ดังนี้

ภาพจาก http://koukuujinja.net

1 เซรามิคสะท้อนความร้อน (Ceramic Coating) เป็นแผ่นฟิล์มที่ได้จากอนุภาคเซรามิคมาผสมกับอะคริลิกและส่วนผสมอื่นๆ สำหรับพ่นรอบๆ อาคาร ทั้งภายในและภายนอก ส่วนใหญ่จะนิยมเคลือบหลังคาและดาดฟ้า กระเบื้องมุงหลังคาบางยี่ห้อก็เคลือบ Ceramic Coating มาเรียบร้อย ในขณะเดียวกันสีทาภายนอกก็ยังเพิ่มฉนวนกันร้อนชนิดนี้ผสมเข้าไปในเนื้อสีด้วย ช่วยกันร้อนได้อีกเช่นกัน นอกจากจะกันร้อนได้แล้ว Ceramic Coating ยังกันน้ำซึมได้อีกด้วย

ภาพจาก http://www.coolorcosythai.com/thenvirospray.html

2 เยื่อกระดาษ (Cellulose) แม้จะไม่ค่อยได้ยินชื่อเท่าใดนักแต่ฉนวนกันร้อนเยื่อกระดาษก็มีคุณสมบัติไม่น้อยหน้าวัสดุอื่นๆ ทั้งควบคุมอุณหภูมิด้วยเส้นใยที่ผสมกันเป็นปุยนุ่น น้ำหนักเบา ป้องกันเสียงเข้าออก ไม่ลามไฟ และยังมีคุณสมบัติเฉพาะคือไม่เป็นแหล่งอาหารของหนู แมลงสาบ ปลวก ฉีดได้ในหลายพื้นผิวทั้ง เหล็ก ไม้ เหมาะสำหรับติดตั้งบริเวณใต้หลังคา โพรงหลังคา และฝ้าเพดาน

สร้างบ้านเย็นด้วย 9 ภูมิปัญญาการสร้างบ้านแบบไทย ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับบ้านในเมืองร้อน

จะเลือกฉนวนกันร้อนต้องดูอะไรบ้าง

1 ค่ากันความร้อน วิธีพิจารณาอันดับแรกคือค่ากันความร้อนของวัสดุแต่ละชนิดซึ่งมักจะระบุไว้ในฉลากของบรรจุภัณฑ์ สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ “ค่า R ตัวเลขสูงๆ ค่า K ต้องต่ำๆ” ซึ่งค่า R คือ Resistivity หรือค่าความต้านทานความร้อนของฉนวน ตัวเลขที่กำกับไว้จะบอกว่า ฉนวนชนิดนั้นต้านทานความร้อนที่เข้ามาได้มากน้อยแค่ไหน ยิ่งตัวเลขมากยิ่งดี มีหน่วยเป็น m2K/W หรือ hr.ft2. F/Btu

ส่วนคือ K คือ K-value หรือ conductivity เป็นค่าที่บอกว่า ฉนวนชนิดนั้นมีคุณสมบัตินำความร้อนมากน้อยแค่ไหน ตามธรรมชาติแล้ว อากาศร้อนจะเข้าไปแทนที่อากาศที่เย็นกว่าเสมอ แต่ถ้าวัสดุนั้นมีค่าการนำความร้อนต่ำ อากาศร้อนก็จะผ่านตัวฉนวนเข้ามาที่ตัวบ้านได้น้อยลง ค่า K ตัวเลขยิ่งต่ำก็ยิ่งดี มีหน่วยเป็น W/m.k.

สูตรของการคำนวณคือ  R = ความหนาของวัตถุ / ค่าการนำความร้อน(K) 

อีกส่วนสำคัญคือ ค่า Thermal Capacity  หมายถึงความสามารถในการเก็บหรือสะสมความร้อนของตัวฉนวน ยิ่งตัวเลขน้อยๆ ก็แสดงว่าฉนวนชนิดนั้นสะสมความร้อนไว้ในตัวฉนวนต่ำ ส่วนใหญ่แล้วค่า Thermal Capacity ยิ่งต่ำก็ยิ่งดี มีหน่วยเป็น kcal/m.h Oc

2 ชนิดของฉนวนกับตำแหน่งที่ติดตั้ง ตำแหน่งสำหรับติดตั้งฉนวนก็มีส่วนสัมพันธ์กันกับชนิดของฉนวนด้วย อาทิฉนวนใยแก้วทำหน้าที่ดูดซับความร้อน ซึ่งมีความหนาและราคาค่อนข้างสูงมักจะติดตั้งตรงใต้หลังคาซึ่งเป็นแหล่งสะสมความร้อนหลักๆ ในขณะที่ฉนวนอะลูมิเนียมฟอยล์ที่สะท้อนความร้อน มีความบาง น้ำหนักเบา จะเหมาะกับติดตั้งบริเวณผนังส่วนที่โดนแดดอย่างผนังในทิศตะวันตก หรือติดตั้งตรงหลังคาโรงจอดรถ ครัวต่อเติมที่ต้องใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา การเลือกชนิดของฉนวนติดตั้งบนฝ้าเพดานต้องอย่าลืมว่าฉนวนกันร้อนจะต้องไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของหนู หรือเสี่ยงต่อแมลงกัดแทะอันก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

3 ราคา นอกจากราคาต่อตารางเมตรที่จะต้องพิจารณาในการเลือกซื้อในขั้นต้นแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือค่ากันความร้อนที่บอกไว้ในขั้นต้น ให้ลองเปรียบเทียบราคาของฉนวนกันร้อนที่เลือกในใจกับราคาของฉนวนกันร้อนชนิดอื่น เช่น ฉนวน A กันความร้อนได้น้อยกว่าฉนวน B ครึ่งหนึ่งแต่ราคาถูกกว่าไม่เกินครึ่ง ซึ่งหากเลือกฉนวน A ต้องใช้จำนวนมากกว่าถึงสองเท่าจึงจะกันร้อนได้ดีเท่าฉนวน B เมื่อเฉลี่ยราคาแล้วกลายเป็นว่า ฉนวน A ราคาสูงกว่า เป็นต้น

แหล่งจำหน่ายฉนวนกันร้อนสามารถหาซื้อได้ในร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างทั่วไป ซึ่งสินค้าบางชนิดก็มีตัวแทนจำหน่ายเฉพาะพร้อมบริการติดตั้งด้วย สามารถเลือกตามกำลังทรัพย์ที่เหมาะสมได้

เรื่อง : JOMM YB 

                                                       ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=qkWCfoLvgA4

จำหน่าย น้ำยากันลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว) 

ติดต่อเรา 

GMAIL :  sureformove@gmail.com

LINE   :  http://nav.cx/3IqrJ4O   

Powered by MakeWebEasy.com