TIPS#4 แต่งคลาสสิคให้มีคลาส แต่งบ้านสไตล์ Classic อย่างไรให้ดูโก้หรู ได้ลุคโมเดิร์น

Last updated: Nov 30, 2019  |  54 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

TIPS#4 แต่งคลาสสิคให้มีคลาส แต่งบ้านสไตล์ Classic อย่างไรให้ดูโก้หรู ได้ลุคโมเดิร์น

ที่มา : https://www.dd4u.com/blog/detail/TH/162

ถ้านึกถึงการตกแต่งบ้านสไตล์คลาสสิก ในภาพจำของหลายคนอาจเป็นภาพห้องที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหรา อลังการ พื้นหินอ่อน หินแกรนิต งานตกแต่งที่เน้นสเกลใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ หรืองานภาพเขียนติดผนังขนาดใหญ่ ฝ้าเพดานสูงตกแต่งอลังการงานสร้าง ดูแล้วให้ความรู้สึกอู้ฟู่เหมือนย้อนเวลากลับไปในยุคโรมัน  วันนี้ DD4U จะพาคุณไปมองอีกมุมของการตกแต่งสไตล์คลาสสิกกันว่า นอกจากความอู้ฟู่เว่อร์วังดูเป็นทางการแล้ว ยังมีอะไรน่าสนใจและสามารถนำมาปรับใช้ตกแต่งบ้านพักอาศัยหรือคอนโดของคุณได้ ปิดท้ายด้วยไอเดียแต่งบ้านสไตล์คลาสสิกแบบไหนให้ดูโมเดิร์น คงเสน่ห์ความโก้หรู ดูมีคลาส แต่ก็แฝงความทันสมัยไว้ในตัว

จากสิ่งสะท้อนฐานะทางสังคมสู่รสนิยมแบบผู้ดีเก่า

จุดกำเนิดที่มาของการตกแต่งสไตล์คลาสสิกนั้น ว่ากันว่าย้อนกลับไปไกลไปถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 16-19 (ค.ศ.1501- ค.ศ.1901) ในประเทศแถบยุโรป เช่น กรีก โรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส  ในยุคนั้นชนชั้นสูง ผู้ปกครอง ขุนนาง พ่อค้าวานิชที่ร่ำรวย นิยมสะท้อนฐานะทางสังคมผ่านที่อยู่อาศัยที่เน้นความใหญ่โต โอ่อ่า อลังการ หรูหราด้วยวัสดุตกแต่ง มากด้วยละเอียดที่สวยงามราวกับอยู่ในเทพนิยาย ก่อนจะส่งต่อรสนิยมนี้มาถึงผู้มีฐานะในยุคต่อๆ รับเอาสไตล์คลาสสิกไปปรับเปลี่ยน ลดทอนในบางรายละเอียดลง แต่สไตล์คลาสสิกก็ยังคงทำหน้าที่บ่งบอกสถานะทางสังคมได้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน จนสไตล์คลาสสิคถูกตีตราว่าเป็นสิ่งบอกสถานะทางสังคมของกลุ่มคนผู้มีฐานะทางสังคมและฐานะทางการเงิน

โดยลักษณะของการตกแต่งแบบ Classic มีองค์ประกอบแห่งความโก้หรู 5 ข้อหลักๆ ที่เห็นได้ชัด ประกอบไปด้วย

1. หรูหรา อลังการ มากรายละเอียด

หัวใจสำคัญของการตกแต่งบ้านสไตล์คลาสสิกก็คือการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับความหรูหราโอ่อ่าเป็นพิเศษ ขนาดหรือพื้นที่บ้านจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตกแต่งที่ไม่ยอมน้อยหน้าเรื่องความหรูหรา โอ่โถง ใหญ่โต มีการทำฝ้าเพดานให้สูงกว่า 2.40 เมตร เพื่อให้รับกับขนาดของเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งที่มีขนาดหรือสเกลค่อนข้างใหญ่  และจัดวางตามหลักการออกแบบแบบสมมาตรหรือที่เรียกว่าสมดุลซ้าย-ขวา เพื่อตอกย้ำความโอ่อ่า อลังการให้ยิ่งชัดเจน

2. โทนสีที่โดดเด่นสะท้อนความโก้หรู ทรงอำนาจ

เพื่อให้ภาพรวมงานตกแต่งภายในของบ้านสไตล์คลาสสิคดูหรูหราลงตัว มักคุมโทนสีเรียบๆ โทนสีที่นิยมใช้ในงานสไตล์คลาสสิกที่เห็นกันบ่อยๆ มันจะเป็นกลุ่มสีเอิร์ธโทน ขาว เทา น้ำตาล หรือน้ำตาลทอง ที่นอกจากจะให้ความรู้สึกโก้หรู ดูภูมิฐานแล้ว ยังให้ความรู้สึกอบอุ่นไปในตัว

3. งานFurnishing สีสัน ลวดลายต้องโดดเด่น

งานสไตล์คลาสสิกจะให้ความสำคัญกับวัสดุปูพื้น ผนัง ผ้าม่านและวัสดุบุเฟอร์นิเจอร์เป็นพิเศษ ทั้งเรื่องของลวดลาย ชนิดของวัสดุหุ้มบุที่นำมาใช้จะต้องให้ความรู้สึกหรูหรา สีสัน และลวยลายที่ให้ความรู้สึกหรูหรา

วัสดุปูพื้น ผนังส่วนใหญ่เลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่ให้เอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น พื้นไม้ พื้นหินอ่อน พื้นหินแกรนิต พื้นหินขัดเทอร์ราซโซ  เนื่องจากเป็นวัสดุที่ให้สีสัน ลวดลายที่เกิดจากธรรมชาติ เพิ่มการขัดเงาให้มีความมันวาวมากขึ้นเพื่อให้ดูโก้หรูขึ้นอีกนิด  บางบ้านเพิ่มความหรูหราเข้าไปอีกด้วยการปูพรมทอลวดลายคลาสสิก พรมขนสัตว์หรือหนังสัตว์

ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์จะต้องทออย่างประณีต หรือผ้ากำมะหยีเนื้อนุ่ม หรือเลือกใช้ผ้าพิมพ์ลายที่มีตั้งแต่ลายเรียบๆ จนไปถึงลวดลายดอกไม้ซับซ้อน หนังแท้ผสมผสานกับการตอกหมุดทองเหลือง ผ้าม่านที่จับจีบระบาย มีชายพู่ห้อยกรุยกราย หรูหรา ผนังที่ติดวอลเปเปอร์ลวดลายคลาสสิกหรูหราหรือลวดลาดอกไม้ หรือลายที่เป็นธรรมชาติ

4. เฟอร์นิเจอร์อลังการ เน้นทุกรายละเอียด

การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จะเน้นงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ มีการสลักลวดลายเส้นสายอ่อนช้อย ทำสีทอง หรือสีขาว บุด้วยผ้าลวดลายสวยงามหรือเนื้อผ้าชนิดพิเศษ เช่น ผ้าผสมดิ้นทอง เพื่อเพิ่มความหรูหรา มักจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นงานไม้เพราะสามารถกลึงหรือแกะสลักได้ง่าย โดยใช้ไม้ซึ่งมีเนื้อไม้สีเข้ม อย่างเช่น ไม้โอ๊ก มีการกลึง เซาะร่อง และแกะรายละเอียด มีการย้อมสีไม้ธรรมชาติที่เน้นงานประณีต มีการโชว์ลายไม้หรือทำให้ดูเก่า  โซฟาขาไม้ที่ออกแบบให้มีความเว้าโค้ง อ้อนช้อย สวยงาม แกะสลักสไตล์ขาสิงห์ มีการใส่ลวดลายในส่วนของขอบเฟอร์นิเจอร์ ขอบโต๊ะ เก้าอี้ พนักพิงเก้าอี้ หัวเตียง ราวกับใช้ชีวิตอยู่ในปราสาทในเทพนิยาย

5. โคมไฟต้องหรูหราสะท้อนรสนิยม

โคมไฟเป็นหนึ่งในของแต่งบ้านที่สะท้อนถึงรสนิยมอันหรูหราของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี สำหรับโคมไฟที่เข้ากับสไตล์บ้านคลาสสิค มักใช้วัสดุเป็นโลหะ ทองเหลือง ทองเหลืองผสมทองแดง หรือเป็นคริสตัล ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา แวววาวเวลาเปิดไฟใช้งาน รูปทรงเน้นเส้นโค้งเว้า มีรายละเอียด ลวดลายตกแต่งสวยงาม  โดยเฉพาะโคมไฟแขวนฝ้าเพดานที่มักจะติดไว้บริเวณกลางห้องเพื่อเน้นความหรูหราด้วยเม็ดคริสตัลที่แวววาว

สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายรุ่น การตกแต่งบ้านให้น่าอยู่สำหรับสมาชิกทุกคนอาจเป็นเรื่องที่ต้องจัดสรรปันส่วนให้ออกมาลงตัวมากที่สุด สมาชิกรุ่นใหญ่วัยพ่อแม่อาจยังต้องการพื้นที่ที่สามารถรับรองแขกแบบเป็นทางการได้บ้าง ในขณะที่คนรุ่นลูกนั้นหลงใหลกับเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย ความทันสมัย จึงเป็นที่มาของการประยุกต์เอาสไตล์คลาสสิคกับความเป็นโมเดิร์นสมัยใหม่ผสมผสานกันจนออกมาเป็นการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น คลาสสิค (Modern Classic Style) ด้วยการลดทอนรายละเอียดหรือลวดลาย เส้นสายเว้าโค้งต่างๆ ลง และปรับให้มีความเรียบง่ายมากขึ้น เหมาะสมกลมกลืนไปกับไลฟสไตล์ของคนยุคใหม่ได้ สร้างบรรยากาศที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและยังคงความโก้หรู ดูมีรสนิยมอยู่  อาศัยการเลือกใช้ โทนสี เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน สไตล์คลาสสิคและโมเดิร์นมาจัดวางให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น ลองมาดูรายละเอียดกัน

1. ใส่ความทันสมัยให้คลาสสิคกลมกล่อม

ห้องดูทีวีของคุณทั้งห้องตกแต่งไปด้วยสไตล์ความเป็นคลาสสิกแทบจะทุกซอกทุกมุมแล้ว พื้น ผนัง ฝ้าเพดาน หน้าต่าง ผ้าม่าน อัดแน่นไปด้วยลวดลาย เส้นสายโค้งเว้า ทางเลือกที่จะเติมความทันสมัยให้ห้องได้ อาจเป็นโซฟาโชว์ขาเหล็กสไตล์มินิมัล สีสันเรียบๆ สักตัวจับคู่มากับโคมไฟตั้งพื้นสไตล์โมเดิร์นอีกชิ้น ๆ สักชิ้นที่เป็นสไตล์โมเดิร์นสักหน่อย หรือมุมโต๊ะอาหารที่วางเก้าอี้บุผ้าตอกหมุดโลหะสวยงามวางเรียง คุณสามารถเลือกโต๊ะไม้สไตล์สแกนดิเนเวียน ที่ขาโต๊ะอาจจะเป็นแค่ขาไม้ธรรมดาๆ ไม่ใช่ขาสิงห์สไตล์เฟอร์นิเจอร์หลุยส์ ก็ช่วยให้ความคลาสสิคมีมุมเก๋ๆ ดูทันสมัยขึ้นได้มาเช่นกัน

2. ลดทอนความเป็นทางการด้วย โทนสี Neutral   

ถ้าภาพจำของโทนสีบ้านสไตล์คลาสสิคในหัวของคุณคือ สีทองเหลืองอร่ามดูเป็นทางการ หรือขาวโพลนจนดูเวิ้งว้าง ลองเปิดใจใช้สีในโทน Neutral เข้ามาเบรกความอลังการให้ดูนุ่มนวลแถมด้วยความรู้สึกทันสมันมากขึ้น สีในกลุ่ม Neutral  ที่แนะนำเช่น สีขาว สีครีม สีเทาควันบุหรี หรือสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งสีกลุ่มนี้จะมาช่วยลดทอนความอลังการ ดูเป็นทางการของโทนสีสไตล์คลาสสิคลงมาได้และไม่ได้ลดทอนความคลาสสิคลงไปแต่ช่วยให้สวยหรูโดดเด่น และเข้าถึงความอบอุ่น น่าอยู่ น่านั่งมากขึ้น เช่น ห้องนอนโทนสีอ่อนๆ จับคู่กับผนังลายหินอ่อน พื้นไม้ปาร์เก้สีเข้ม จะได้ห้องที่ดูเรียบๆ สบายตาแต่ได้ลุคโก้หรูไว้เหมือนเดิม

3. พรางลายดอกด้วยลายทาง (Stripe Pattern)

ลวดลายหรือแพทเทิร์นที่นิยมใช้กับห้องสไตล์คลาสสิคแบบดั่งเดิมคงหนีไม่พ้นลายดอกไม้ ลายเครือเถาใบไม้ ชวนให้รู้สึกอลังการ ตื่นตาตื่นใจ แต่ถ้าคุณอยากปรับลุคให้บ้านดูผ่อนคลายมากขึ้น อยากเห็นภาพบ้านแสนอบอุ่น น่าอยู่มากกว่าบ้านที่เหมือนนั่งอยู่ในสถานที่รับรองแขก ลายแถบสีหรือริ้วสีเรียบๆ กับพื้นที่บางส่วนบนผนัง พื้น ผ้าม่าน หรือบน ก็ช่วยดึงความเป็นทางการลง เพิ่มความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล ผ่อนคลายมากขึ้น

4. เปลี่ยนของใช้ให้เป็นของแต่งบ้านเก๋ๆ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บ้านที่ตกแต่งสไตล์คลาสสิคจะให้ความรู้สึกอลังการ หรูหราฟู่ฟ่า แต่ขาดชีวิตชีวา เราสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการลองหาของใช้ในบ้านดีไซน์เรียบๆ เช่น แจกกันดอกไม้ทรงโมเดิร์น หรือ โถแก้วทรงสูงที่ใช้จัดแจกันดอกไม้ มาตกแต่ง เพื่อลดบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังความน่าเกรงขามให้ดูนุ่มนวล สบายๆ ผ่อนคลายมากขึ้น

ถึงแม้ว่า การตกแต่งบ้านสไตล์คลาสสิคจะดูไม่เข้ากับวิถีชีวิตหรือไลฟสไตล์ของคนยุคใหม่ โดยเฉพาะหนุ่มสาวที่อาศัยอยู่ตามคอนโดฯ ที่จำกัดเรื่องพื้นที่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบ้านสไตล์คลาสสิคยังคงได้รับความนิยมในบ้านเราไม่เสื่อมคลาย แต่สำหรับหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาไอเดียการตกแต่งบ้านหรือคอนโดฯ สามารถนำเอาไอเดียการตกแต่งสไตล์คลาสสิคมาปรับใช้กับตัวเองได้ อาจไม่ใช่การนำมาใช้ทั้งหมด เลือกหยิบมาแค่บางส่วน แล้วเสริมด้วยของแต่งบ้านสไตล์เก๋ๆ ก็ช่วยให้บ้านหรือคอนโดของคุณ ดูโก้หรูมีคลาสในเวลาเดียวกันก็ดูทันสมัยไปด้วย

มองหาของตกแต่งบ้านที่ช่วยเปลี่ยนความคลาสสิคให้ได้ลุคโมเดิร์น มีชีวิตชีวาขึ้นได้ที่  DD4U  แหล่งช้อปปิ้งสินค้าตกแต่งบ้านหลากหลายสไตล์ นำเข้าจากต่างประเทศ ที่คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับโลกแห่งการตกแต่งบ้าน ได้ที่นี่ http://www.dd4u.com พร้อมเคล็ดลับการดูแลบ้านหลากไอเดียและความรู้อีกมากมายสำหรับคุณ

#DD4U #stayinstyle #classic
 

                                                        ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=NNjWCks1R5o

จำหน่าย น้ำยากันลื่น SURE MOVE แก้ปัญหา พื้นห้องน้ำลื่น ด้วยวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับใช้กับพื้นกระเบื้องเซรามิคทุกชนิด ยกเว้นกระเบื้องเคลือบเงาและกระเบื้องที่มีสีเข้ม 

ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน : ASTM E303-93 (2013) (ค่าแรงเสียดทานของพื้นผิว) 

ติดต่อเรา 

GMAIL :  sureformove@gmail.com

LINE   :  http://nav.cx/3IqrJ4O     
   

      

Powered by MakeWebEasy.com